กรดวิตามินเอ (Retinoic Acid)

กรดวิตามินเอ ไม่ใช่วิตามินเอแต่เป็นส่วนที่ถูกสกัดมาจากวิตามินเอ ซึ่งในทางการแพทย์กรดวิตามินเอถูกนำมาใช้ประโยชน์การรักษาโรคผิวหนัง กรดวิตามินเอถูกนำมาใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอาง เพื่อช่วยในการลดริ้วรอย รอยแผล และเพื่อเป็นการช่วยในการกระตุ้นให้คอลลาเจนอีลาสตินใต้ผิวหนังของเรา แต่อย่างไรก็ดีนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีการนำกรดวิตามินเอไปเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอาง อย่างเช่น ครีมหน้าใส ครีมผิวขาว อาหารเสริมผิวขาว ได้โดยตรงเลยทีเดียว เนื่องจากกรดวิตามินเอมีความเข้มข้นสูง ดังนั้นในการนำไปใช้ในแต่ละครั้งจึงควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดและเข้มงวด เพราะไม่ว่าจะเป็นการใช้กรดวิตามินเอหรือสารอะไรก็ตาม การใช้สารแต่ละอย่างนั้นจะต้องใช้ในปริมาณที่เหมาะสมไม่มากจนเกินไปและไม่น้อยจนเกินไป ซึ่งก็เหมือนกับการใช้กรดวิตามินเอเพื่อใช้ในการรักษาโรคผิวหนังหรือหลุมสิว ก็จะต้องในปริมาณที่เหมาะสมกับสภาพผิวหน้าของเราให้มากที่สุด เนื่องจากแต่ละคนนั้นจะมีลักษณะของผิวหน้าแตกต่างกันออกไป ซึ่งถ้าใช้ในปริมาณที่ไม่เหมาะสมอาจส่งผลทำให้ผิวแห้งหลุดลอกออกมาเป็นแผ่นๆ ได้ ในบางกรณีอาจทำให้เกิดผื่นแดงคล้ายอาการแพ้ หรือเกิดอาการแพ้ได้ หากใช้ในปริมาณที่ไม่เหมาะสมหรือนำมาใช้ผิดวิธี เพราะฉะนั้นแล้วหากจำเป็นที่จะต้องใช้จริงๆ ก็ควรที่จะปรึกษาแพทย์ก่อน เพื่อที่จะได้ไม่ก่อให้เกิดอันตรายกับตัวเองเมื่อใช้กรดวิตามินเอ

กรดวิตามินA กับการรักษาสิว

กรดวิตามิน A จะช่วยในการลอกเซลล์ผิวอย่างอ่อนเร่งการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิว ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าถ้าใช้ในปริมาณที่เหมาะสมและสูตรที่ดี จะซึมสู่ผิวหนังได้จะเพิ่มความยืดหยุ่นแก่ผิวและปรับเซลล์ผิวหนังที่แก่เนื่องจากแสดงแดด (photoaging) ให้กลับสู่ภาวะปกติโดยมีผลต่อการสร้างคอลลาเจน จึงนิยมใช้ในการชะลอความแก่ จึงมีการผลิตครีมที่มีส่วนผสมของ ไฮโดรควิโนนและกรดวิตามิน Aใช้เพื่อรักษาฝ้า โดยจะต้องทาติดต่อกันทุกวันห้ามหยุดจนฝ้าหายไปและไม่ควรจะหยุดทาเมื่อฝ้าหายแล้ว เพราะมีโอกาสเกิดขึ้นได้อีก แต่ต้องใช้รูปแบบในการลดการทาลงเป็นวันเว้นวันและห่างลงเรื่อยๆ ลดการเกิดสิว จัดการสิวอุดตัน สิวไม่มีหัว สิวหัวขาว และสิวเสี้ยน และก็มีการนำมาใช้ละลายหัวสิวได้ดี “อ่านดูแล้วหน้าใช้มากใช่ไหมล่ะแต่…..ขอให้อ่านให้จบก่อนตัดสินใจคะ”

การออกฤทธิ์คือเร่งการสร้างหนังกำพร้าแต่ขัดขวางการเกิดแปรสภาพเป็นคีราติน (keratinization) โดยไปยับยั้งการสร้างสารเริ่มต้นของคีราติน

ผลข้างเคียงของ กรดวิตามินA

– ผิวหน้าที่ทามีสีเข็มขึ้นหรืออ่อนลง สีผิวหน้าไม่สม่ำเสมอกัน

– การใช้กรดวิตามิน A นั้นอาจทำให้สิวขึ้นมากกว่าเดิม เพราะหัวสิวที่อยู่ใต้ผิวจะขึ้นมา

– ห้ามใช้กับสิวอักเสบหรือสิวหนอง เพราะจะทำให้เกิดการอักเสบขึ้น

– ทาครีมกันแดดที่ดีๆทุกครั้งที่ต้องออกไปนอกบ้านเพราะคนที่ใช้กรดวิตามิน A ผิวจะไวต่อแสงมากกว่าคนปกติและหน้าบางลง

– ห้ามใช้คู่กับผลิตภัณฑ์ที่มีฤทธิ์ในการผลัดเซลผิวอื่นๆ เช่น AHA , กรด TCA , หรือยาพวก Benzoyl peroxide(BP) เพราะจะทำให้ผิวหน้า ลอกรุนแรงมากขึ้น

– กรดวิตามิน A นั้นมีความระคายเคืองสูง หน้าแดง แห้ง ลอกเป็นขรุย และเกิดการแพ้ได้ง่าย

– ผู้ใช้เกิดการแพ้แสงแดด/แสงไฟ แสบร้อนบริเวณที่ทา

– การใช้ครีมบำรุงหรือทำความสะอาดในตอนที่ใช้กรดวิตามิน A ต้องใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความอ่อนโยนสูงไม่ทำให้เกิดการระคายเคืองรวมไปถึงเครื่องสำอางในการแต่งหน้าด้วย

– การใช้กรดวิตามิน A ไม่ได้มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อสิวแบคทีเรีย Propionibacterium acnes (P. acnes (พีเอคเน่) ทำให้คอมิโดนเกิดการหลุดแยกหลุดง่ายขึ้นเท่านั้น

Leave A Comment

Don`t copy text!