สิวสเตียรอยด์ วิธีรักษาสิวสเตียรอยด์ แพ้สารสเตียรอยด์

สเตียรอยด์

ในปัจจุบันนั้นมีการใช้สเตียรอยด์เพิ่มขึ้นอย่างมากเรื่อย ๆ เนื่องจากสเตียรอยด์ ช่วยลดการอักเสบ และในปัจจุบันในการรักษาสิวซึ่งเป็นโรคผิวหนังที่พบบ่อยที่สุดเลยก็ว่าได้ โดยการรักษาสิวนั้นได้มีการนำสเตียรอยด์มาใช้อย่างพร่ำเพรื่อมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งการใช้สเตียรอยด์ติดต่อกันนี้ ทำให้เกิดปัญหาผลข้างเคียง ซึ่งพบเกิดเห็นบ่อย โดยเฉพาะครีมที่เห็นผลไวจนน่าแปลกเกินไป

แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าสิวที่ขึ้นเป็นสิวฮอร์โมนทั่วไปหรือว่าเป็นสิวสเตอรอยด์แตกต่างการอย่างไร?
ตอบ สิวจากสเตอรอยด์จะมีลักษณะเป็นปื้น เป็นกระจุก ประทุทุกรูขุมขน ทุกเม็ดจะดูคล้ายกัน และอาจมีอาการคัน ส่วนสิวฮอร์โมนทั่วไป จะมีลักษณะต่างกันในแต่ละเม็ด เช่น บางเม็ดก็อักเสบ บางเม็ดเป็นสิวหัวดำ

ผิวติดสเตียรอยด์

ผิวก่อนใช้ปกติดี พอใช้ครีมที่มีสารสเตียรอยด์หน้าจะขาวใส แต่พอทาครีมไปนานๆเข้า ลืมทาหรือเลิกใช้ ก็จะเกิดอาการถอนยา ผิวเสียสมดุล เดี๋ยวแห้งเดี๋ยวมัน แพ้ทุกอย่าง จะคันหน้า หน้าแดง แสบง่าย มีสิวผดขึ้น พอกลับไปทาครีมเดิม อาการเหล่านี้ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว
สารสเตียรอยด์นั้นยังมีผลทำให้โครงสร้างผิวหนังชั้นหนังแท้หลวมบางลง เพราะคอลลาเจนและอีลาสตินถูกทำลาย ผิวจึงเหี่ยวและยุบตัว ผิวหนังชั้นหนังกำพร้าก็บางลง สารสำคัญที่เป็นองค์ประกอบของปราการผิว (skin barrier) และเชื้อโรคและสารก่อการแพ้จึงซึมลงไปใต้ผิวได้มากกว่าปกติ ทำให้เกิดอาการแพ้ง่าย ใช้อะไรก็แพ้ เวลาเป็นสิวก็รุนแรง แผลหายช้ากว่าปกติเพราะการสร้างเนื้อเยื่อใหม่เส้นเลือดใหม่ผิดปกติไปหมดนั้นเอง
อย่างไรก็ตามการใช้สเตอรอยด์เป็นระยะเวลานานนั้น มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดผลข้างเคียง เช่น แพ้เหงื่อตัวเอง เป็นสิวอุดตัน และสิวหนองต่างๆ เกิดผดผื่นคัน ผิวลอกแดง เป็นต้น

อาการเสี่ยงผิวติดสเตียรอยด์

การซื้อยามาใช้เอง

ซึ่งยาที่ใช้เหล่านี้ อาจมีสเตียรอยด์ผสมอยู่ ดังนั้นควรอ่านฉลากผลิตภัณฑ์ให้ดี ว่ามีส่วนผสมของสเตียรอยด์หรือไม่

การเปลี่ยนผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าบ่อยๆ

สำหรับใครที่ชอบเปลี่ยนผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าอยู่ เพราะในผลิตภัณฑ์บางประเภทนั้นมีส่วนผสมของสเตียรอยด์อยู่ นอกจากที่เราต้องอ่านส่วนผสมแล้ว ก่อนซื้อทุกครั้ง เบื้องต้นควรนำมาทดลองกับผิวบริเวณข้อพับ หรือหลังหู เพื่อทดสอบอาการแพ้

ใช้ผลิตภัณฑ์ที่สรรพคุณ/โฆษณาเกินจริง

อย่าหลงไปกับคำโฆษณา ‘ผิวขาว สิวหาย ภายใน 3 วัน 7 วัน’ ‘ผิวดีขึ้นในคืนเดียว’ ผลิตภัณฑ์ประเภทนี้มักมีส่วนผสมของสเตียรอยด์ ถึงจะเห็นผลเร็วจริงแต่มีความอันตรายมากๆ หากไม่มั่นใจให้ทดสอบอาการแพ้ก่อนนะคะ

อาการของผู้ที่เป็นสิวสเตียรอยด์/ผิวติดสเตียรอยด์

-หน้าเป็นตุ่มแดง นูนขึ้นมา และมักจะมีขนาดที่เท่าๆกัน
-ไม่มีหัวสิว หรือไขมันอยู่ในตุ่มที่ขึ้น
-แพ้ครีมง่ายมากๆ ผิวหน้าแพ้ง่ายใช้ครีมอะไรก็มักจะมีอาการแพ้ไปหมดทุกอย่าง
-บางครั้งดูคล้ายๆสิวผด เพราะมักจะเห่อขึ้นมาเป็นผดเม็ดเล็กๆเป็นแพ หรือเป็นปื้นๆได้
-โครงสร้างการทำงานของผิวหน้าผิดเพี้ยน รูขุมขนที่ผิวหนังเกิดการอักเสบ
-หน้าบาง ผิวบางลงอย่างเห็นได้ชัด เกิดจากการที่โดนสารสเตียรอยด์เข้าไปทำลายชั้นผิวคอลลาเจน จนบางครั้งสามารถมองเห็นเส้นเลือดที่หน้าได้อย่างชัดเจน
-หน้าแดงจนผิดปกติ ซึ่งจะเกิดจากผดผื่น หรือตุ่มแดงๆที่เห่อขึ้นทั่วหน้า เกิดจากความผิดปกติของเส้นเลือดฝอยที่อยู่ใต้ผิวหนัง ซึ่งอาจจะขยายตัวผิดปกติ หรือแตกได้

ผลข้างเคียงของสเตียรอยด์

อันตรายและผลข้างเคียงจากการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมสเตียรอยด์

สเตียรอยด์ มีฤทธิ์กดภูมิคุ้มกัน

ทำให้ผิวหนังมีภูมิต้านทานต่ำ เกิดการติดเชื้อได้ง่าย ทั้งเชื้อรา ยีสต์ เชื้อกลาก เชื้อเกลื้อน ไรชนิด demodex หิด เชื้อแบคทีเรียหลายชนิด สิวสเตอรอยด์จึงมีได้หลายรูปแบบ ขึ้นกับชนิดของเชื้อที่ติดร่วม ถ้าติดเชื้อยีสต์/รา มักจะมีอาการคัน ถ้าติดเชื้อแบคทีเรียก็จะเป็นหนองขนาดใหญ่กดแล้วจะรู้สึกเจ็บ

ทำให้เซลล์บุรูขุมขนไวต่อการกระตุ้น

มีปริมาณกรดไขมันมากขึ้น แบคทีเรีย P.acne ในรูขุมขนเจริญเติบโตเร็ว เกิดการสร้างคอมีโดนที่มากผิดปกติ กลายเป็นสิวอุดตัน หรือสิวอักเสบเม็ดใหญ่ลุกลามเกือบทุกรูขุมขน อีกทั้งภูมิคุ้มกันของผิวถูกสเตียรอยด์กดไว้มาอย่างยาวนาว ทำให้ผิวอ่อนแอ ติดเชื้อได้ง่าย สิวสเตอรอยด์จึงมักรุนแรง มีหัวหนองขนาดใหญ่ มีสะเก็ด นั่นเอง

สารสเตียรอยด์ที่ยังเป็นสารห้ามใช้

ตาม พรบ.เครื่องสำอางอีกด้วย หยดใส่ แม้แต่นิดหน่อยก็ถือว่าผิดกฎหมาย

มีผลทำให้โครงสร้างผิวหนังชั้นหนังแท้หลวมบาง

เพราะคอลลาเจนและอีลาสตินถูกทำลาย ผิวจึงเหี่ยวและยุบตัว ผิวหนังชั้นหนังกำพร้าก็จะบางลงเพราะการสร้างเซลล์ใหม่หยุดชะงัก สารสำคัญที่เป็นองค์ประกอบของปราการผิว (skin barrier) ไม่เพียงพอ เชื้อโรคและสารก่อการแพ้จึงซึมลงไปใต้ผิวได้มากกว่าปกติ ทำให้เกิดอาการแพ้ง่าย ใช้อะไรก็แพ้ เวลาเป็นสิวก็รุนแรง แผลหายช้ากว่าปกติเพราะการสร้างเนื้อเยื่อใหม่เส้นเลือดใหม่ผิดปกติไปหมด

จะเกิดรอยแตก รอยแยกบนผิวหนัง

ตัวยาจะทำให้กระบวนการสร้างคอลลาเจนนั้นเสียไป ผลที่จะเกิดคือ เกิดรอยแตก รอยแยกบนผิวหนัง นั่นเองค่ะ

ใบหน้าเกิดอาการแดงอยู่ตลอดเวลา

เส้นเลือดใต้ผิวหนังมีความผิดปกติ เนื่องมาจากยาสเตียรอยด์นั้นเอง ทำให้มีอาการหน้าแดงอยู่ตลอดเวลา

ผิวหนังจะมีสีจางลง

หากใช้เป็นเวลานานเข้า ก็จะทำให้เกิดเกิดด่างขาวถาวรเลยนะคะ

เกิดสิวผด สิวอุดตัน

จะเกิดหลังจากที่เราเลิกใช้ครีมหรือยาที่มียาสเตียรอยด์ผสมอยู่นั่นเองค่ะ

ทำให้หน้าหมองคล้ำได้ ผิวขาดความชุ่มชื้น

เพราะสเตียรอยด์จะเข้าทำลายกระบวนการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว

สิวเกิดเป็นเม็ดแดงๆ ขึ้นกระจายทั่วใบหน้าหรือเป็นกระจุก

จะเกิดบริเวณใดบริเวณหนึ่ง จะเกิดมากโดยเฉพาะบริเวณที่ทาครีมหรือยาที่มีสเตียรอยด์

วิธีรักษาสิวสเตียรอยด์

รักษาสิวสเตียรอยด์ด้วยตัวเอง

– ให้หยุดใช้ครีมที่ทำให้เกิดสิวสเตียรอยด์ทันที
– เลือกใช้โฟมล้างหน้าสูตรอ่อนโยนต่อผิว ล้างหน้าให้สะอาดเป็นประจำเช้ากับเย็น
– งดการแต่งหน้า เพราะถ้าเรายิ่งแต่งหน้าจะยิ่งทำให้เกิดการอุดตันและทำให้สิวเห่อมากขึ้นกว่าเดิม
– ควรทาครีมกันแดดก่อนออกไปจากแสงแดด เพราะแสงแดดที่ถูกผิวจะยิ่งทำให้สิวอักเสบมากขึ้น แถมยังจะทำให้เกิดรอยดำจากสิวด้วย โดยครีมกันแดดที่ใช้ควรเป็นสูตรอ่อนโยนและเหมาะกับผิวแพ้ง่าย นอกจากนี้ค่า SPF ก็ต้องไม่ควรสูงมาก
– พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมากๆ ทานอาหารที่มีประโยชน์
– งดการลอกหน้า ขัดหน้าและนวดหน้า หรือการกระทำที่รบกวนผิวหน้า
– ถ้าไม่แพ้เหงื่อตัวเอง แนะนำให้ออกกำลังกายเพื่อให้เหงื่อและความร้อนในตัวช่วยทำความสะอาดรูขุมขน
– ควรใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดสูตรปราศจาก สบู่ น้ำหอม
– ควรเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เน้นให้ผิวแข็งแรงและเพิ่มความชุ่มชื้น
– งดการใช้ครีม เพราะอาจจะทำให้สิวนั้นอาจเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม และเพื่อพักผิวหน้าจากการแพ้สารสเตียรอยด์ แต่เซรั่มพิกและครีมพิกนั้นไม่ต้องรอพักหน้าและไม่ทำให้สิวเพิ่มขึ้นแต่ช่วยให้ลดลงจนหายหมดไป

วิธีรักษาด้วยpix botanic

โดยเซรั่มพิกและครีมพิก

ครีมที่ช่วงแรกมีการขับสิว มีสิวขึ้นเยอะขึ้น ให้นึกเลยว่าครีมมีสเตียรอยด์แน่นอน เพราะเกิดการแพ้ในช่วงแรก แต่เมื่อใช้พิก สิวจะค่อยลดลงๆ หายลงเป็นธรรมชาติ ไม่มีการขับสิวช่วงแรกแต่อย่างใด และรู้สึกถึงผิวแข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ สิวหายในที่สุด

ในช่วงแรกประมาณ 14-30 วัน หรืออาจนานจนใกล้ๆ เซรั่มหมดขวดแรก พิกจะปรับสภาพผิวให้กลับมามีชีวิตชีวา ซึ่งช่วงนี้มักไม่ค่อยเห็นการเปลี่ยนแปลง สิวอาจลดลงไม่มาก เมื่อผิวกลับมามีชีวิตชีวาพร้อมรับการบำรุงเต็มที่ พิกจะให้ผิวแข็งแรงสิวจะหายเร็วมากเวลาไม่กี่วัน พร้อมรอยด่างดำที่หายไปพร้อมๆ กันในช่วงของการผลัดเซลล์ใหม่

นานไหมสิวถึงจะหาย
ผลอาจแตกต่างกันตามสภาพผิวและการใช้อย่างสม่ำเสมอ ข้อมูลเก็บจากลูกค้าจริง

วิธีการรักษาด้วยแพทย์โดยตรง

การรักษาด้วยแพทย์โดยตรงนั้นต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาที่สูงมาก ซึ่งเหมาะกับคนไข้ที่ใช้ครีมที่มีปรอทและสเตียรอยด์เป็นส่วนผสมมานานจนฝั่งลึกไปถึงผิวชั้นใน หากลองใช้ผลิตภัณฑ์ในการรักษาแล้วยังไม่หายขาด ควรพบแพทย์โดยตรงเป็นทางเลือกสุดท้ายหลังจาก

การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์

โดยเฉพาะครีมหน้าขาว หน้าใส ทุกครั้งที่จะซื้อขอให้ผู้ซื้อได้ตรวจสอบฉลากภาษาไทยว่ามีข้อความบังคับอย่างครบถ้วนหรือไม่ โดยเฉพาะชื่อและที่ตั้งผู้ผลิต ตรวจสอบเลข อย. เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีสารอันตรายใดๆ เช่น สารสเตียรอยด์ และปรอท และได้ผ่านการพิจารณาด้านประสิทธิภาพ คุณภาพ และความปลอดภัย ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ผลิตภัณฑ์นั้นต้องไม่ควรแต่งสีแต่งกลิ่น เพราะกันทำให้แพ้ไปกว่าเดิม หากท่านกำลังมองหาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า และควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่เข้ากับผิวหน้าของตน ดังนี้
-ผิวมัน : ครีมบำรุงผิวที่เหมาะกับคนที่มีผิวมันนั้น ควรเป็นครีมชนิด (Oil Free) หรือไม่มีส่วนผสมของออยล์นั่นเอง
-ผิวแห้งกร้าน : ควรเลือกครีมที่ให้ความชุ่มชื้นกับผิวเป็นพิเศษ
-ผิวแพ้ง่าย : ควรเลือกใช้ครีมบำรุงผิวที่ปราศจากน้ำหอมและสารกระตุ้นภูมิแพ้ต่างๆ รวมถึงผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ไม่ก่อให้เกิดการอุดตันรูขุมขนด้วย
-ผิวหมองคล้ำ : เนื่องจากต้องเจอกับแสงแดดและมลภาวะบ่อยๆ ควรใช้ครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของ อัลฟ่า ไฮดรอกซี่ แอซิด เพราะมีส่วนช่วยในการเร่งให้เซลล์ผิวที่ตายแล้วหลุดลอกออกมา
-ผิวปกติ : โดยครีมบำรุงผิวที่เหมาะกับสภาพผิวแบบนี้ จะเป็นครีมที่มีส่วนประกอบของสารที่สามารถเพิ่มความมันและความชุ่มชื้นให้กับผิวได้ค่อนข้างมาก เพื่อให้ผิวยังคงความชุ่มชื้นและมีสุขภาพผิวที่ดีไปโดยตลอดนั่นเอง

คำถามที่พบบ่อย

ถาม : ใช้ครีมยี่ห้อหนึ่ง พอหยุดแล้วคันหน้า แบบนี้คือ แพ้สเตียรอยด์ หรือเปล่าคะ?
ตอบ : ไม่ใช่อาการแพ้ค่ะ แต่เป็นอาการของ “ผิวติดสเตียรอยด์” บวกกับ “อาการถอนยา”
โดนคนที่ใช้จะครีมที่มีสารสเตียรอยด์ตอนใช้หน้าจะดีขึ้นจนน่าตกใจ ดีขึ้นเร็วมากในเวลาภาย1-2วัน แต่!! หากใช้ไปนานๆเข้า แล้วเกิดอยากเปลื่ยนครีมหรือลืมทา ไม่กี่วันหลังจากนั้นก็จะเกิดอาการที่เรียกว่า”หน้าแหก”เลยก็ว่าได้ สิวขึ้น ผื่นแดง คันทั้งหน้า แสบหน้า แต่พอกลับไปใช้ครีมเดิม หายเป็นปริ๊งเหมือนเดิม นี่ก็คืออาการของ “ผิวติดสเตียรอยด์” หยุดไม่ได้ หยุดเมื่อไหร่เกิดอาการถอนยาทันที ไม่ใช่อาการแพ้สเตียรอยด์นะคะ

Leave A Comment

Don`t copy text!