ไฮยาลูรอน

ไฮยาแท้ ไม่ผสมเจล ชุ่มชื้นสุดขีด

โซเดียมไฮยาลูรอเนตโมเลกุลเล็ก

สกัดจากเห็ดหูขาว ช่วยพาสารสกัดซึมลึกสู่ผิว ชุ่มชื้นมากกว่าปกติหลายเท่า เต่งตึงกระชับ หลุมสิวให้ตื้น ผิวเรียบเนียนเร็วขึ้นหลายเท่าตัว

ไฮยาลูรอน
หรือ Sodium Hyaluronate
หรือ Hyaluronate
หรือ Hyaluronic Acid

เป็นสารธรรมชาติที่ร่างกายสร้างขึ้นได้เอง ลักษณะเหมือนเจลแทรกอยู่ระหว่างเซลล์ผิว โดยทำหน้าที่กักเก็บน้ำแก่เซลล์ จึงจัดเป็น Moisturizer ที่ดีที่สุด อุ้มน้ำได้ดี ทำหน้าที่เป็น Humectant คือช่วยดึงน้ำจากบรรยากาศเข้าหาตัวเอง และช่วยป้องกันไม่ให้น้ำระเหยออกจากผิว เมื่อเราอายุมากขึ้น มลภาวะ ความเครียด แสงแดด จะปัจจัยให้ ปริมาณไฮยารูลอนลดลง ทำให้ผิวขาดน้ำ และเกิดริ้วรอยขึ้น ซึ่งมีอนุภาคเล็กมากระดับนาโนสามารถซึมซาบถึงผิวชั้นในได้ง่าย และเร็ว สกัดมาจากพืชแล้วนำมาผ่านขบวนการหมักทางชีวภาพ ส่งผลให้ผิวตึงกระชับ ร่องรอยตีนกาจางลง หน้าจึงเด้ง เนียนใส

เติมเต็มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวอย่างต่อเนื่อง ยาวนานตลอด 24 ชั่วโมง

โมเลกุลเล็กระดับนาโน มีคุณสมบัติพิเศษช่วยในการโอบอุ้มน้ำให้กับผิว ช่วยรักษาสมดุลผิวเสริมความชุ่มชื้น มีคุณสมบัติโดดเด่นหลังการใช้ นั่นคือช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวพรรณ และช่วยนำพาสารอาหารต่างๆ ซึมซาบลงสู่ชั้นผิวได้เป็นอย่างดีพร้อม ทำให้ผิวพรรณนุ่มน่าสัมผัส ปรับผิวแห้งหรือหยาบกร้านให้นุ่มขึ้น เรียบขึ้น และยังฟื้นฟูผิวที่เหนื่อยล้าให้กลับมาเปล่งปลั่งสดใสอย่างเป็นธรรมชาติ ช่วยให้ผิวหนังสามารถเก็บกักความชุ่มชื่นได้มากกว่าปกติหลายเท่า โดยที่ไม่เพิ่มความมันแบบที่ไม่ดี sebum บนผิวชั้นนอก ดังนั้นคนที่มีผิวมันก็สบายใจได้ เมื่อผิวมีความชุ่มชื่นที่ดีเพียงพอ ผิวหน้าก็จะดูอ่อนเยาว์ เนียนเรียบขึ้น ริ้วรอยลดลง มีความยืดหยุ่น นุ่มนวล และดูมีชีวิตชีวา Hyaluronic Acid ยังสามารถช่วยรักษาอาการบาดเจ็บของเซลล์ผิวหนังได้เร็วกว่าเดิม 80% นั่นหมายความว่าผิวสามารถที่จะสมานและฟื้นฟูตัวเองได้เร็วขึ้น ผลดีอีกข้อนั่นก็คือการช่วยทำให้ผิวดูเต่งตึง ซ่อมแซมเซลล์ผิวที่ถูกทำลาย และเร่งขบวนการหายของแผล นอกจากนี้ยังช่วยลดการสร้างอนุมูลอิสระและช่วยกรองรังสี UV ได้อีกด้วย

สกัดจากเห็ดหูขาว ด้วยความจริงที่ว่าสุขภาพ และความงามของร่างกายมักสวนทางกับอายุที่เพิ่มขึ้นเสมอ ไม่ว่าจะเป็นริ้วรอยที่เพิ่มมากขึ้น ความว่องไวที่ลดลง การเจ็บป่วยง่าย หรือแม้กระทั่งสมรรถภาพการเคลื่อนไหวของร่างกายที่ช้าลงตามลำดับ วันนี้เราจึงแนะนำสารตัวหนึ่งในร่างกายซึ่งมีความสำคัญอย่างมาก ได้แก่ “ไฮยาลูโรนิค แอซิด” (Hyaluronic acid : HA) หรือ สารไฮยารูรอน กรดนี้เป็นสารที่ร่างกายสามารถสร้างขึ้นมาได้เอง ทำหน้าที่เป็นส่วนประกอบหลักของน้ำไขข้อ หล่อเลี้ยงข้อต่อ น้ำเลี้ยงลูกตา น้ำหล่อลื่นบริเวณส่วนต่างๆของร่างกาย รวมทั้งลดการเสียดสีของอวัยวะและเซลล์อีกด้วย ในทางความงาม ไฮยาลูโรนิค แอซิด จะถูกกล่าวถึงด้วยคุณสมบัติเป็นตัวประสานความเชื่อมต่อระหว่าง ชั้นผิวหนังแท้ (dermis) โปรตีนคอลลาเจน และอีลาสติน เข้าด้วยกัน ทำให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่น เต่งตึง ปราศจากริ้วรอย และดูเรียบเนียน นอกจากนี้ ไฮยาลูโรนิค แอซิด ยังมีคุณสมบัติทางความงามโดยอ้อมคือ เป็นตัวช่วยในการนำสารอาหารเข้าสู่เซลล์ผิว ทำให้เซลล์ผิวแข็งแรง และยังสามารถช่วยในการขับของเสียออกจากเซลล์ได้ดีระดับหนึ่งเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม เราจะไม่ตระหนักถึงการมีอยู่ของสารตัวนี้จนเมื่ออายุได้ล่วงเลยเข้าถึงวัย 30 ขึ้นไป เมื่อเราพบริ้วรอยที่ปรากฏชัดขึ้น หรือสมรรถภาพของร่างกายไม่ดีเหมือนเดิม นั่นเป็นเพราะร่างกายของเราอยู่ในช่วงสังเคราะห์สารดังกล่าวลดลงนั่นเอง นักวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์จึงได้คิดค้น “กรดไฮยารูโรนิคสังเคราะห์” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทดแทน ไฮยาลูโรนิค แอซิด ที่ร่างกายสร้างขึ้น สารดังกล่าวมีลักษณะหนืดข้น ละลายน้ำได้ดี แต่ก็อุ้มน้ำได้ดีมากเช่นกัน กรดสังเคราะห์ดังกล่าวถูกนำมาเป็นยาประเภทฉีด เพื่อบำบัดรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม(Osteoarthritis of the knee) และภาวะอักเสบรอบข้อไหล่ (Scapulohumeral periarthritis) หรือลดอาการปวดกล้ามเนื้อ/ปวดข้อได้ผลชะงัด ต่อมาได้พัฒนามาเป็น ผลิตภัณฑ์น้ำตาเทียม (Artificial tear) เพื่อช่วยหล่อลื่นลูกตา ลดอาการระคายเคืองในลูกตา บรรเทาอาการตาแห้ง
hyaluronic acid / sodium hyaluronate หรือ hyaluron
นิยมใช้ในเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ถูกใช้มามากกว่า 10 ปี และในปัจจุบันก็ยังได้รับความนิยมเนื่องจากเมื่อคนเราอายุมากขึ้นการผลิตกรดไฮยารูรอนิกตามธรรมชาติก็จะลดน้อยลงด้วย ผลที่เกิดขึ้นก็คือทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้น ผิวแห้ง ขาดความยืดหยุ่น ผิวไม่สดใสเปล่งปลั่ง ไฮยารูรอนิกมีความสามารถในการซ่อมแซมเซลล์ผิวที่ถูกทำลาย และเร่งกระบวนการหายของแผล ใช้เป็นสารออกฤทธิ์ที่สำคัญร่วมกับโคเอนไซม์-คิวเทน, วิตามิน, สารต้านอนุมูลอิสระ ทำให้รักษาอาการบาดเจ็บของผิวหนังได้เร็วกว่าเดิม 80% แสดงว่าผิวสามารถสมานและฟื้นฟูตัวเองได้เร็วขึ้น และโดยปกติการไหลเวียนของเลือดจะเป็นตัวนำของเสียออกจากเซลล์ แต่สำหรับเซลล์ผิวที่ไม่ได้ติดต่อกับเส้นเลือดโดยตรง กรดไฮยารูรอนิกจะช่วยเพิ่มการนำสารอาหารเข้าสู่เซลล์ผิวในส่วนนั้นและช่วยกำจัดของเสียออกจากเซลล์นั้นๆด้วย

ไฮยารูลอนจากเห็ดหูหนูขาว

แต่ในปัจจุบัน ด้วยนวัตกรรม และเทคโนโลยีที่ทันสมัยขึ้น ตอนนี้มีการสกัด ไฮยารูโรนิค แอซิด (Hyaluronic acid) จากเห็ดหูหนูขาวขึ้นมา เป็นทางเลือกในการใช้ทดแทน สารสกัด ไฮยารูโรนิค แอซิด (Hyaluronic acid) โดยหงอนไก่ ที่อาจเกิดการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ และ แบคทีเรียได้มากกว่า จึงกล่าวได้ว่า ไฮยารูโรนิค แอซิด (Hyaluronic acid) ที่ได้จากเห็ดหูหนูขาว จะมีความเป็นธรรมชาติสูงกว่า ปลอดภัย และ อ่อนโยนกว่า ด้วยคุณประโยชน์ดังกล่าวจึงทำให้ เห็ดหูหนูขาวขึ้นแท่น อาหารที่ช่วยฟื้นฟูความสดชื่นให้กับผิวอย่างไม่ต้องสงสัย

ประโยชน์ของกรดไฮยาลูโรนิค มีอะไรบ้าง?
จนกระทั่งนักวิทยาศาสตร์ทางด้านความงาม ได้เล็งเห็นประสิทธิภาพของสารสังเคราะห์ตัวนี้ และได้นำมาเป็นส่วนผสมหลักของครีม/เซรั่ม แม้กระทั่งเครื่องสำอางอย่าง ลิปสติก เป็นต้น โดยใช้ชื่อสารว่า “Sodium Hyaluronate” ร่วมกับ “โคเอนไซม์คิวเท็น” (Coenzyme Q10) วิตามินซี และสารต้านอนุมูลอิสระอื่นๆ จนเกิดสารบำรุงผิวที่มีคุณสมบัติและทรงคุณค่า อาทิ
– การแก้ไขปัญหาผวขาดความสมดุล ผิวแห้ง เป็นขุย หรือหลุดลอกเป็นแผ่นๆ ด้วยคุณสมบัติกักเก็บความชุ่มชื้นในชั้นผิวได้ดีเยี่ยม
– การบำรุงผิวพรรณ โดยเฉพาะผิวหน้าจะสามารถสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วในด้าน ความตึง กระชับ เรียบเนียน
– ลดอาการอักเสบของสิวซ่อมแซมผิวที่ถูกทำลาย เร่งกระบวนการฟื้นฟูเซลล์ที่มีผลต่อการหายของแผล
– มีส่วนช่วยในการลดการสร้างอนุมูลอิสระ และกรองรังสี UV ที่จะทำร้ายผิว
– ใช้ฉีดเพื่อแก้ไขจุด บกพร่องบนใบหน้า ซึ่ง สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ
อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคควรทราบข้อควรระวังของการใช้เครื่องสำอาง ครีมที่มี ไฮยาลูโรนิค แอซิด เป็นส่วนประกอบด้วย เนื่องจากการสังเคราะห์ ไฮยาลูรอนิค แอสิค ได้มาจากการสกัดแบคทีเรียที่ชื่อว่า Bacillus subtilis ในผู้ใช้บางรายจึงอาจเกิดอาการแพ้ยาจากโปรตีนของแบคทีเรียที่ใช้สังเคราะห์ตัวสารนี้ ห้ามใช้สารดังกล่าวกับสตรีตั้งครรภ์ สตรีที่อยู่ในภาวะให้นมบุตร และ เด็ก (อายุต่ำกว่า 3 ปี) ทั้งนี้ในกรณีของการใช้ยาที่มีส่วนผสมของ ไฮยาลูรอนิค แอสิค เพื่อการรักษาโรค มีข้อพึงระวังคือ ห้ามฉีดสารเข้าหลอดเลือด หรือข้อเข่าขณะที่กำลังเกิดบาดแผล/หรือมีการบาดเจ็บ/หรือมีการติดเชื้อ รวมทั้งควรคำนึงว่า ปริมาณของยา/สารที่ต้องการใช้ ความถี่ในการใช้ ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคภายใต้ดุลพินิจของแพทย์ผู้ทำการรักษา
กรดไฮยาลูรอนิคยังช่วยให้รักษาอาการบาดเจ็บของเซลล์ผิวหนังได้เร็วกว่าเดิม 80% อีกด้วย นั่นหมายความว่าผิวสามารถที่จะสมานและฟื้นฟูตัวเองได้เร็วขึ้น ผลดีอีกข้อนั่นก็คือการช่วยทำให้ผิวดูเต่งตึงขึ้นด้วย (plump effect)
ไฮยาลูรอน มีผลอย่างไรต่อริ้วรอยอย่างไร
Hyaluronic acid (กรดไฮยาลูโรนิก) เป็นสารที่ใช้กันมานานกว่า 10 ปี และนิยมใช้ในเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ในการดูแลผิว ปัจจุบันนี้ก็ยังคงได้รับความนิยมมาตลอด เป็นเพราะว่ามันออกฤทธิ์ได้ผลดี โดยเฉพาะช่วยในการลดริ้วรอย Hyaluronic acid นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในวงการแพทย์โดยเฉพาะทางด้านความงาม (ทั้งในรูปครีมทาและยาฉีด) และในธุรกิจเครื่องสำอางเอง พวกเราก็จะพบเห็นได้บ่อยมากในผลิตภัณฑ์กลุ่มลดริ้วรอย ด้วยความสามารถในการซ่อมแซมเซลล์ผิวที่ถูกทำลาย และเร่งขบวนการหายของแผล ซึ่งทั้งสองประเด็นนี้ ถูกนำมาใช้เป็นจุดขายหลักของผลิตภัณฑ์แบรนด์เนมหลายตัว และรวมไปถึงเวชสำอางที่เป็นแบรนด์เนมของแพทย์ โดยใช้เป็นสารออกฤทธิ์ที่สำคัญร่วมกับโคเอ็นไซม์-คิวเท็น (Coenzyme Q10), วิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระ

Leave A Comment

Don`t copy text!