ครีมอันตราย

ครีมอันตราย

ทุกแบรนด์ไม่มีแบรนด์ไหนที่บอกว่าครีมตัวเองมีสาร ต่างบอกว่าของตัวเองปลอดภัยพร้อมเอกสาร รางวัลต่างๆ แต่ความจริงแล้ว ในวงการเครื่องสำอาง เราจะหาโรงงานสีขาวได้ยากมาก เพราะทุกแบรนด์ทุกโรงงานก็อยากให้ตัวเองขายดี ส่วนประกอบที่ใช้เห็นผลจริงก็ราคาสูงเกินที่จะรับได้ สารอันตรายจึงเป็นส่วนที่เห็นผลไวและราคาถูก

หลายคนตรวจสารอันตรายด้วยการเทสผงซักฟอก เทสชุดเทสกรมวิทย์ ผลบอกไม่เป็นสี เท่ากับไม่มีสาร ซึ่งไม่เป็นความจริง เพราะชุดเทสสามารถตรวจได้แค่สารบางตัวเบื้องต้นเท่านั้น ไม่สามารถการันตีผลได้ ถ้าอยากรู้ว่าครีมนั้นมีอันตรายไหม ให้ตรวจด้วย GC หรือ HPLC ในแลป จะยืนยันได้มากกว่า นอกจากนี้ชุดเทสเบื้องต้น ยังทำปฎิกิริยากับสารสกัดธรรมชาติ ทำให้เปลี่ยนสีจนอาจเกิดการเข้าใจผิดได้

สิวเห่อ

เมื่อก่อนหน้าขาวใสไม่เป็นสิว แต่พอนานไปหน้าเริ่มดำหรือผิวคล้ำเสียจากแดด ก็เลยอยากลองเปลี่ยนครีมใหม่ แต่กลับเป็นสิวที่เห่อขึ้นมาหนัก จึงเป็นข้อสงสัยว่าเราแพ้ครีมที่เปลี่ยนหรือมีปัจจัยอื่นที่ทำให้เป็นเต็มไปหมด

เปลี่ยนใช้ครีมแล้วทำไมสิวเห่อ?

เพราะครีมเก่าที่เคยใช้มีสารอันตรายอย่างสเตียรอยด์ แรกๆ ที่ใช้หน้าเรายังใสไม่มีสิวเลย เมื่อหยุดใช้ครีมเดิมแล้วเปลี่ยนมาใช้ครีมตัวใหม่ทันที สิวก็ขึ้นมาเห่อเยอะเต็มหน้า บางคนมีอาการอักเสบร่วมด้วย แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าครีมที่ซื้อมาหรือครีมรักษาสิวว่ามีสารอันตรายไหม?

หลักสังเกตุง่ายๆ
ให้ดูที่เนื้อครีมหากมีสีสันและมีกลิ่นด้วย หรือครีมที่ใช่ไปเพียงวันเดียวหน้าก็ใสขึ้นสิวเริ่มจะยุบ แสดงว่าครีมนั้นอาจมีสาร อีกหนึ่งวิธีคือให้ลองหยุดใช้ครีมเดิม ไม่ต้องใช้อะไรเลยเป็นเวลา 1เดือน ให้เราดูอาการผิวก่อนจะใช้ครีมใหม่ หากผิวเริ่มคล้ำ สิวเริ่มเห่อขึ้นมา ให้สันนิษฐานได้เลยว่าครีมเก่าที่เคยใช้มีสารอันตรายอยู่

อาการหลังหยุดใช้
ผิวหน้าเราจะเป็นตุ่มแดงๆ มีผดเห่อขึ้นมาเป็นกลุ่มปื้นๆ บางครั้งก็มีการลอกเป็นขุย ผิวจะแห้งสาก ลอกเป็นขุย หน้าบางจนเห็นเส้นเลือด หากใครที่มีอาการแพ้สารมากๆ ก็จะมีสิวอักเสบขึ้นด้วย ทำให้ผิวเราอ่อนแอมากๆ จะใช้ครีมอย่างอื่นก็กังวลว่าจะแพ้เพิ่ม

ทำไมครีมเหล่านี้ถึงขายดี

ผิวสวยทันใจ ใช้แล้วเห็นผลใน 3วัน ฟังดูแล้วน่าสนใจ แถมราคายังถูกอีกด้วย แต่ว่าความจริงแล้วเป็นเพียงแรงจูงใจให้เราซื้อมา ในความจริงคือเป็นครีมอันตราย ยิ่งใช้นานๆ ผิวยิ่งพัง เมื่อหยุดใช้ผิวจะอ่อนแอมาก เพราะการดูแลผิวที่ปลอดภัยต้องใช้ระยะเวลาเกิน1 สัปดาห์

นอก​จาก​ใส่​สาร​อันตราย​ที่​ผิด​กฎ​หมาย​แล้ว ครีมอันตรายมัก​โฆษณา​เกิน​จริง แต่ประสิทธิภาพของครีมอาจไม่ตรงกัน ซึ่งถือเป็นความผิดทางกฎหมาย เพื่อนำมาเป็นแรงจูงใจ ให้ผู้ใช้หลงเชื่อกับครีมที่เสี่ยง มีการ​ระบุ​ผล​ลัพธ์​เจาะ​จง ให้ฟังดูแล้วน่าลองใช้ เช่น

  • หน้า​เด็ก​ลง 7 ปี ผิวอ่อนเยาว์ ลดริ้วรอย
  • เห็น​ผล​ใน 7 วัน สิวยุบทันใจ หน้าใสภายในหนึ่งสัปดาห์
  • ขาว​ขึ้น 7 ระดับ ผิวขาวออร่า

สุดท้ายอีกหนึ่งจุดขาย ก็คือแพคเกจตั้งแต่กระปุกหรือขวดใส่ผลิตภัณฑ์ จนมาถึงกล่องอันนอก ซึ่งจะมีความน่าสนใจ มีสีสัน ให้ดูเหมือนไม่ใช่ครีมใส่สารอันตราย ทั้งหมดนี้เป็นเหตุผลว่าทำไมครีมที่มีสารอันตรายถึงขายออกเร็วนั่นเอง

หน้าใส ไร้สิว ลดสิว

สารเคมีในครีมอันตราย

มาดูสารเคมีที่มักพบในครีมอันตราย บางชนิดเราก็จะรู้จักกัน ซึ่งผลกระทบภายหลังที่แพ้ บอกได้เลยว่ารุนแรงจริงๆ และมีผลเสียตามมามากกว่าที่เราคิดไว้

  • สารสเตียรอยด์
    ใช้ในการรักษาสิว แต่ต้องเป็นการจ่ายยาของแพทย์ แต่ถูกพบในครีมหน้าขาวใสได้บ่อย ซึ่งเป็นอันตรายต่อผิว เมื่อใช้แรกๆ ผิวขาวไวมากสิวก็ดูยุบเร็ว แต่พอหยุดใช้หรือเปลี่ยนครีมทันที สิวจะมาบุกหนักกว่าเดิม กลายเป็นผิวแพ้ง่าย โครงสร้างผิวหลวมมาก เสี่ยงต่อการเป็นฝ้าและกระ ยิ่งแพ้มากก็อาจทำให้ผิวอักเสบมากด้วย
  • ปรอท
    หลายๆ คนอาจจะคุ้นกับสารเคมีนี้ เพราะถูกพบในครีมอันตรายเป็นส่วนมาก แม้จะลดสิว ผิวขาวและลดฝ้า แต่ผลข้างเคียงที่อันตรายมากๆ เกิดการผลัดเซลล์ผิวรุนแรง ผิวบางมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดฝ้าหนักกว่าเดิมและเป็นฝ้าถาวร ทั้งนี้สารปรอทสามารถซึมเข้ากระแสเลือดได้ จนอาจเกิดตับวายฉับพลันหรือเสียชีวิต ครีมที่ใส่สารปรอท สามารถตรวจได้โดยชุดตรวจ
  • พาราเบน
    เรียกอีกอย่างได้ว่า สารกันเสีย ถูกนำมาเป็นส่วนประกอบของครีมและเครื่องสำอางอยู่บ่อยครั้ง เพราะทำให้เพิ่มอายุของผลิตภัณฑ์โดยไม่ต้องแช่เย็น ผลจากการได้รับพาราเบนจะทำให้เกิดปัญหาสุขภาพ ทำให้เป็นมะเร็งได้ ผิวอุดตัน ก่อให้เกิดการระคายเคืองผิว
  • ไฮโดรควิโนน
    นิยมในครีมหน้าขาว เห็นผลเร็ว รักษาฝ้ารอยด่างดำสิว เป็นสารที่ทำปฏิกิริยากับแสง หากไม่ทากันแดดจะทำให้ผิวดำกว่าเดิม ถูกห้ามใส่ในครีมแต่ตามในคลินิกแพทย์ยังใช้ได้ การใช้ครีมที่มีไฮโดรควิโนนสูงกว่าเกณฑ์เช่น ซื้อครีมฝ้ามาใช้เอง (อย. ให้ใส่ได้ไม่เกิน 2% และต้องให้แพทย์เป็นผู้สั่งซื้อเท่านั้น) ทำให้เป็นฝ้าถาวรรักษาไม่หาย ผิวคล้ำและเกิดจุดด่างขาว หากใช้ติดต่อเรื่อยๆ ทำให้เป็นฝ้าถาวรสีน้ำเงินอมดำ เพราะผิวหนังปรับตัวสร้างเม็ดสีมากขึ้น เสี่ยงเป็นมะเร็งผิวหนังอีกด้วย
    บางแบรนใช้ไฮโดรควิโนนในครีม แต่เมื่อตรวจเจอในแลปแล้ว อาจอ้างว่าเป็นสารเบต้าอัลบูติน เพราะเป็นอนุพันธ์กับไฮโดรควิโนน สารเบต้าอัลบูตินสามารถใส่ในครีมได้ แต่ปัจจุบัน อย. เริ่มงดใช้สารชนิดนี้ เพราะเป็นสารไม่สถียรหากสูตรเป็นด่างมากๆ ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นไฮโดรควิโนนได้ ดังนั้น หากต้องการมีผิวขาว สารที่ดีที่สุดคือ อัลฟ่าอาร์บูติน เนื่องจากเป็นสารที่มีความสเถียรสูง ไม่เปลี่ยนเป็นไฮโดรควิโนนแม้โดนแสง ไม่มีผลข้างเคียงต่อโครงสร้างผิว เป็นวิธีเพื่อผิวกระจ่างใสที่ปลอดภัยที่สุด

สารบางตัวสามารถใส่ในเครื่องสำอางได้ โดยไม่ผิดกฏหมาย แต่จะต้องระมัดระวังและศึกษาวิธีใช้ให้ดี หากเลี่ยงได้ก็ควรหลีกเลี่ยง เพื่อลดผลข้างเคียงและลดความเสี่ยงที่ผิวหน้าจะแพ้

  • ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์
    ครีมหรือสบู่ที่ขาวทันทีมักใช้สารนี้ แต่ผิวขาวเพียงชั่วคราว เพราะเมลานินหลบไประหว่างที่ใช้ และกลับมาดำเหมือนเดิม ถูกผสมในยาย้อมผม กัดสีผม สารฟอกผิวหนัง บางยี่ห้อสามารถเปลี่ยนได้ทั้งสีผิวและสีขน รวมถึงมูสกำจัดขน ครีมกำจัดขน เพราะทำให้เส้นขนพองตัว หลุดได้ง่าย แม้จะเปลี่ยนให้ผิวขาวได้เร็ว แต่หากใช้บ่อยๆ จะทำให้ร่างกายไม่ผลิตสารเม็ดสีให้ผิว เมื่อโดนแดดอาจมีอาการแสบ ระคายเคือง มีโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งผิวหนัง
  • สารระคายเคืองอื่นๆ

การหลีกเลี่ยงครีมอันตราย

กรณีที่ผู้ใช้ครีมอันตรายเเพ้สารเคมี บางรายเป็นหนักมา มีให้เราเห็นได้บ่อยครั้ง ดังนั้นหลีกเลี่ยงได้จะดีที่สุด เพราะยังมีครีมที่ปลอดภัย ไร้สารระคายเคืองเพื่อผู้ใช้อีกมาก โดยมีวิธีการเลือกครีมได้ดังนี้

ความน่าเชื่อถือของข้อมูล
พิจารณาข้อมูลของการผลิต แหล่งที่มา ชื่อทางการค้า วิธีใช้ คำเตือน ข้อแนะนำ ตลอดจนวันเดือนปีที่หมดอายุ ซึ่งทุกๆ อย่างจะต้องมีความน่าเชื่อถือ สามารถตรวจสอบว่าเป็นความจริงหรือเป็นการหลอกลวงได้ โดยเฉพาะที่มาและส่วนประกอบการผลิต อาจเจอเหตุการณ์ดังนี้ที่เราต้องเช็คให้ละเอียดมากขึ้น

  • รายละเอียดน้อยไม่เจอแหล่งข้อมูลสินค้า หรือถ้าเจอรายละเอียดก็จะดูแปลกๆ บางทีครีมสวยหรู โฆษณาให้น่าใช้ แต่อาจจบที่หลังบ้าน มีส่วนประกอบน้อยผิดปกติ ไม่เป็นไปตามวิทยาศาสตร์ ฉลากไม่ถูกต้อง ซึ่งต้องเป็นภาษาไทย บางแบรนใส่ที่อยู่เป็นภาษาอังกฤษ เพื่อปิดบังชื่อโรงงาน
  • ครีมที่โฆษณาว่าใส่สารสกัด อาจไม่ใส่จริงเพื่อลดต้นทุนการผลิต เพราะอย. ไม่ได้กำหนด % จึงอาจใส่น้อยเพื่อเคลมตามสรรพคุณ แล้วใช้สารอันตรายเห็นผลราคาถูกแทน ซึ่งพิสูจน์ได้ยากเพราะสารสกัดธรรมชาติมีองค์ประกอบซับซ้อน ครีมเนื้อข้นไม่ได้หมายถึงเข้มข้น แต่ใส่สารทำให้หนืด thickener ไม่มีผลบำรุง เพียงให้สารติดบนผิวไม่หลุดทิ้งไป บางแบรนด์อาจไม่มีความรู้ด้านการผลิต ต้องการเพียงเห็นผลขายดี โรงงานอาจใส่สารอันตราย ขายตามกระแส เมื่อผู้ใช้เกิดการแพ้ขึ้นมา จึงไม่สามารถร้องเรียนได้

สังเกตุที่ลักษณะของครีม
ครีมที่อันตรายมักจะมีสีสันเช่น สีเขียว สีเหลือง กลิ่นของครีมจะหอมเพราะใส่น้ำหอม เพื่อซ่อนกลิ่นของสารเคมีเอาไว้ เมื่อนำครีมมาตั้งทิ้งไว้ซักระยะนึง หากเป็นครีมที่ปลอดสารจะต้องไม่มีการแยกชั้นกัน หากซื้อมาแล้วลองสังเกตุในระยะเวลา 1-2 เดือนถ้าครีมมีการเปลี่ยนสี แสดงว่ามีสารเคมีอันตราย

แรงจูงใจ
ครีมที่มีสารอันตราย จะมีดึงดูดความสนใจด้วยโฆษณาที่เกินจริง ใช้แล้วสิวยุบ เห็นผลในหนึ่งสัปดาห์ บวกกับราคาที่ไม่แพง แต่สำหรับครีมที่ปลอดภัย จะต้องมีระยะเวลาในการผลัดเซลล์ผิวนานเกินสัปดาห์ ดังนั้นเราจะต้องเช็คให้ดีว่าปลอดภัยจริงไหม ก่อนจะตัดสินใจใช้

ใช้พิกที่ปลอดภัย

เพราะทางเลือกของการบำรุงผิวที่ปลอดภัยมีอยู่มาก เลี่ยงครีมที่อันตราย ใช้เป็นสูตรอ่อนโยนแทน ทำให้ผิวของเราได้รับการดูแลที่ปลอดภัย ซึ่งมีสารสกัดธรรมชาติ สามารถตรวจสอบความน่าเชื่อถือได้ มีการผลิตแหล่งที่มาชัดเจน เช็คส่วนประกอบได้ รวมถึงมีรีวิวของผู้ที่ใช้จริง เพื่อใช้ในการตัดสินใจได้