ครีม…อันตรายไหม?

แน่ใจครีมที่ใช้ปลอดภัย? สารอันตรายมักตรวจไม่เจอ หลายคนเทสผงซักฟอก เทสชุดเทสกรมวิทย์ บอกไม่เป็นสี ไม่มีสาร ไม่จริงเพราะชุดเทส เทสได้แค่บางตัว ตรวจได้เบื้องต้น การันตรีผลไม่ได้ คนที่เอามาตรวจก็เป็นโฆษณาทางการตลาด ถ้าอยากรู้ว่ามีจริงไหมตรวจ GC หรือ HPLC ในแลป นอกจากนี้สารสกัดธรรมชาติใหม่ๆ กว่าแสนสารทำปฏิกิริยากับชุดเทสแล้วเปลี่ยนสี

หลายคนอาจเคยประสบปัญหา ว่าเมื่อก่อนหน้าใส ไม่เป็นสิว แต่หน้าเริ่มทรงๆเลยอยากลองเปลี่ยนครีมใหม่ พอเปลี่ยนครีมแล้ว ทำไมสิวขึ้นเพียบ สาเหตุเพราะอะไร
สิ่งสำคัญ เพราะครีมเก่าที่เคยใช้มีสารอันตราย เมื่อหยุดครีมเดิม หรือเปลี่ยนมาใช้ครีมตัวใหม่ทันที สิวก็ขึ้นพรึบ จนบางคนสิวขึ้นแบบไม่มีที่ว่างบนหน้าเลย บางคนบอกว่าครีมที่ซื้อมาคนขายแจ้งว่ามี อย. บางคนใช้ครีมรักษาสิว (คุณหมอ) มา จะรู้ได้อย่างไรว่ามีสารสเตียรอยด์ ไฮโดรควิโนน สารปรอท หรือไม่ บางแบรนด์แจ้งว่าไม่มีสารอันตรายก็เชื่อเขาแล้ว สังเกตุง่ายๆ คือ หากใช้ครีมนั้นแล้วรู้สึกสิวหรือการแพ้หายไปใน 30 นาที แสดงว่ามีสเตียรอยด์ หรือบางทีอาจนานกว่า ซึ่งอาจใส่สเตียรอยด์อ่อนมากๆ เราควรจะแน่ใจจริงๆ ว่าครีมนั้นดูอ่อนโยนแค่ไหนอาจดูจากเนื้อสัมผัสได้ หรือให้ลองหยุดครีมเดิม ไม่ต้องใช้อะไรเลยสัก 1 เดือน ดูอาการของผิวหน้าก่อนใช้ตัวใหม่ ถ้าหน้าดำลง สิวขึ้นเรื่อยๆ ให้สันนิษฐานว่าครีมเก่าเรามีสารอันตราย

อาการของคนที่ผิวหน้าติดสารสเตียรอยด์หลังหยุดใช้
หน้าเป็นตุ่มแดง นูนขึ้นมา โดยตุ่มที่ขึ้นมามักจะมีขนาดที่เท่าๆกัน ไม่มีหัวสิว หรือไขมันอยู่ในตุ่มที่ขึ้น
แพ้ครีมง่ายมากๆ ใช้ครีมอะไรก็มักจะมีอาการแพ้ไปหมดทุกอย่าง
หน้าบาง ผิวบางลงอย่างเห็นได้ชัด เกิดจากการที่โดนสารสเตียรอยด์เข้าไปทำลายชั้นผิวคอลลาเจน บางจนบางครั้งสามารถมองเห็นเส้นเลือดที่หน้าได้อย่างชัดเจน
หน้าแดงจนผิดปกติ ซึ่งจะเกิดจากผดผื่น หรือตุ่มแดงๆที่เห่อขึ้นทั่วหน้า และเกิดจากความผิดปกติของเส้นเลือดฝอยที่อยู่ใต้ผิวหนัง ซึ่งอาจจะขยายตัวผิดปกติ หรือแตกได้
บางครั้งดูคล้ายๆสิวผด เพราะมักจะเห่อขึ้นมาเป็นผดเม็ดเล็กๆเป็นแพ หรือเป็นปื้นๆได้
โครงสร้างการทำงานของผิวหน้าผิดเพี้ยน รูขุมขนที่ผิวหนังเกิดการอักเสบ

สารต้องห้าม

ปรอท

ให้ผิวขาว ผลัดเซลล์ผิวรุนแรง ไม่สามารถรักษาให้หายขาด การสะสมพิษที่เห็นได้คือฝ้าถาวร ซึมเข้ากระแสเลือดได้ อาจเกิดตับวายฉับพลันหรือเสียชีวิต ครีมที่ใส่สารปรอทเมื่อทาแล้วจะขาวใสแก้มแดงมีเลือดฝาดสวยกว่าใคร สามารถตรวจได้โดยชุดตรวจ เมื่อตรวจเจอปรอทก็คือปรอทเท่านั้น เพราะสารในชุดตรวจไม่ทำปฏิกิริยากับสารอื่น

ไฮโดรควิโนน

นิยมในครีมหน้าขาว เห็นผลเร็ว รักษาฝ้ารอยด่างดำสิว มีเปอร์เซ็นต์ยาที่แน่นอน ใช้ในเวลาที่จำกัด ไม่หยุดใช้ยาทันทีเนื่องจากผิวคล้ำลงกว่าเดิมเพราะผิวเร่งผลิตเม็ดสีทดแทน และเป็นสารที่ทำปฏิกิริยากับแสง หากไม่ทากันแดดจะดำกว่าเดิม ไฮโดรควิโนนถูกห้ามใส่ในครีม แต่ตามในคลินิกแพทย์ยังใช้ได้ การใช้ครีมที่มีไฮโดรควิโนนเอง เช่น ซื้อครีมฝ้ามาใช้เอง เกิดอันตรายได้ ซึ่งมีสารสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด 4%  (อย. ให้ใส่ได้ไม่เกิน 2% ต้องให้แพทย์เป็นผู้สั่งซื้อเท่านั้น แต่ก็แอบซื้อกันได้อยู่ดี) เกิดผลข้างเคียงจากการใช้ได้ ระคายเคืองต่อผิว เกิดจุดด่างขาว หน้าดำเป็นฝ้าถาวร รักษาไม่หาย เกิดโรคผิวหนัง หากใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเนื้อเยื่อผิว เกิดเป็นฝ้าถาวรสีน้ำเงินอมดำ เพราะผิวหนังปรับตัวสร้างเม็ดสีมากขึ้น เสี่ยงเป็นมะเร็งผิวหนัง
บางแบรนด์ใช้ไฮโดรควิโนนในครีม แต่เมื่อตรวจเจอในแลปแล้ว อาจมีข้ออ้างว่าเป็นสารเบต้าอัลบูติน เพราะเป็นอนุพันธ์กับไฮโดรควิโนน สารเบต้าอัลบูตินสามารถใส่ในครีมได้ แต่ปัจจุบัน อย. เริ่มงดใช้สารชนิดนี้ เพราะเป็นสารไม่สถียรหากสูตรเป็นด่างมากๆ จะเปลี่ยนเป็นไฮโดรควิโนนได้ ดังนั้น หากต้องการมีผิวขาว สารที่ดีที่สุดคือ อัลฟ่าอาร์บูติน เพราะเแ็นสารที่มีความสเถียรสูง ไม่เปลี่ยนเป็นไฮโดรควิโนนแม้โดนแสง

ลดสิว พิก โบทานิค

การเลี่ยงครีมอันตราย?

ครีมอันตรายที่ต้องหลีกเลี่ยง