ผิวขาว ครีมหน้าขาว

วิธีทำให้ขาว กระจ่างใส

การมีผิวหน้าที่ขาวกระจ่างใสกระจ่างใส ดูออร่า ต่างเป็นที่ต้องการของใครหลายคน สำหรับผิวหน้าของเราคนเอเชีย โดยเฉพาะในบ้านเราที่ทั้งอากาศร้อน ต้องเจอมลภาวะต่างๆ มากมาย ทั้งแสงแดด ความร้อนและฝุ่นละออง ทำให้ต่อมไขมันทำงานมากกว่าปกติ ทำให้หน้ามันเยิ้มและหมองคล้ำ

ก่อนอื่นต้องมาดูลักษณะของผิวเราก่อนว่าเป็นผิวประเภทไหน ผิวธรรมดา ผิวมัน ผิวแห้ง หรือผิวผสม การดูแลก็จะแตกต่างกันออกไป

ผิวธรรมดา

ผิวหน้าที่ใครก็ต้องการ ลักษณะผิวเรียบเนียน ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องผิวแห้งหรือมันจนเกินไป ปัญหาเรื่องริ้วรอยหรือสิวจึงดูห่างไกลสำหรับผู้ที่มี แต่สภาพผิวของคนเรานั้นสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ด้วยตัวแปรอย่างเช่น อายุ แสงแดด อุณหภูมิ เป็นต้น การดูแลผิวควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผิว คือ ไม่เข้มข้นหรือเบาบางจนเกินไป ในขณะเดียวกันก็จำเป็นต้องปกป้องผิวพรรณจากแสงแดดหรือรังสียูวี ที่ทำให้เกิดปัญหาริ้วรอยก่อนวัย รวมไปถึงการเลือกใช้มอยซ์เจอร์ไรเซอร์

ผิวมัน

เป็นผิวที่มีปัญหามากที่สุด เพราะต่อมไขมันบริเวณใบหน้าจะผลิตน้ำมันออกมามากเกินความจำเป็น ทำให้ใบหน้าแลดูมัน รูขุมขนกว้าง ฝุ่นละออง และสิ่งสกปรกจึงมาเกาะที่ผิวได้ง่ายขึ้น ที่ร้ายไปกว่านั้นต่อมไขมันอาจอุดตันขึ้นได้ การดูแลผิวมันสิ่งสำคัญ คือ การควบคุมปริมาณน้ำมันธรรมชาติให้อยู่ในภาวะสมดุล ผู้ที่มีผิวหน้ามันควรใช้มอยซ์เจอร์ไรเซอร์ชนิดที่บางเบาไม่เข้มข้นจนเกินไป เพื่อรักษาระดับความชุ่มชื่นตามธรรมชาติของผิวไว้ เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลรักษาความสะอาดใบหน้าที่ผลิตมาสำหรับผู้ที่มีผิวหน้ามันโดยเฉพาะก็เป็นสิ่งที่สำคัญ ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีเนื้อบางเบา ที่ช่วยดูแลในเรื่องของริ้วรอยและความมันควบคู่ไปกับมอยซ์เจอร์ไรเซอร์บำรุงผิวปกติก็ได้

ผิวแห้ง

มีสาเหตุเนื่องมาจากต่อมไขมัน ผลิตน้ำมันตามธรรมชาติออกมาน้อยมีข้อดีก็คือ ทำให้รูขุมขนของคุณไม่กว้าง และผิวดูละเอียดกว่าผู้ที่มีผิวมัน แต่จะได้รับผลกระทบจากสิ่งแวดล้อมทำให้เกิดความแห้งกร้าน และระคายเคืองมากกว่าผิวประเภทอื่น จึงต้องการการดูแลเป็นพิเศษ จำเป็นต้องได้รับการบำรุงให้ชุ่มชื่นอยู่เสมอ การดูแลผิวแห้งควรใส่ใจตั้งแต่ขั้นตอนของการทำความสะอาดผิวด้วยการเลือกผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากไขสบู่และไม่ผสมแอลกอฮอล์ ผิวจะได้ไม่แห้งตึงภายหลังการทำความสะอาด จากนั้นควรปกป้องผิวด้วยการใช้มอยซ์เจอร์ไรเซอร์ที่มีความเข้มข้นเหมาะสมเป็นประจำ จะช่วยให้ผิวคงความชุ่มชื่นนุ่มนวล

ผิวผสม

เป็นสภาพผิวอีกประเภทหนึ่งที่ต้องการดูแลเป็นพิเศษ เพราะจะมีผิวมัน และ มองเห็นรูขุมขนกว้าง ในบริเวณ ที-โซน ขณะเดียวกันก็มีผิวธรรมดาถึงผิวแห้งบริเวณข้างแก้ม ผู้ที่มีลักษณะผิวเช่นนี้ จึงดูแลผิวหน้าได้ยาก แต่ก็ไม่ยากเกินไปหากคุณรู้จักการดูแลอย่างถูกวิธี ปัญหาผิวที่พบได้ คือการเกิดสิวบริเวณ หน้าผาก จมูกและคาง และสิวเสี้ยน เนื่องจากผิวผสมจะมีการปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลาตามสภาพแวดล้อม ดังนั้น คนที่มีผิวผสมอาจต้องทบทวนวิธีการดูแลผิวหรือพิจารณาผลิตภัณฑ์ในการดูแลผิวที่ใช้อยู่เสียใหม่ เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพผิวในช่วงเวลานั้นๆ

ดังนั้นหลายคนจึงมองหาครีมหน้าขาวกระจ่างใส ซึ่งครีมหน้าขาวกระจ่างใส ครีมหน้าใสตามท้องตลาดมีให้เลือกกันมากมายอีกทั้งยังมีหลายวิธีที่จะทำให้หน้าขาวกระจ่างใส ทั้งการกิน หรือพฤติกรรมการดูแลตนเอง มาดูกันวิธีการต่างๆกันเลยดีกว่า

วิธีทำให้ขาว แบบเดิมๆ

ใช้สารทำให้ขาวนั้นมีหลายประเภทแต่ส่วนมากแล้วจะมีผลเสียมากกว่าผลดี

สารฟอกสี

สารฟอกสี (Bleaching Agents) มักจะมีอยู่ในครีมหน้าขาวผิวขาวที่ไม่ได้รับการรับรองหรือเรียกง่าย ๆ ครีมเถื่อนนั่นเอง ซึ่งเป็นสารอันตรายและห้ามใช้ในเครื่องสำอาง ตัวอย่างเช่น ไฮโดรควิโนน ซึ่งก่อให้เกิดฝ้า จุดด่างขาวและตุ่มนูนสีดำ ปรอทแอมโมเนีย ซึ่งหากเกิดพิษสะสม จะทำให้ทางเดินปัสสาวะอักเสบ

สารทำให้ผิวขาว

สารทำให้ผิวขาว (Whitening Agents) นิยมใช้ในผลิตภัณฑ์ครีมหน้าขาวผิวขาว เช่น อาร์บูติน กรดโคจิดและวิตามินซีแอนคอร์บิกแมกนีเซียมฟอสเฟต ซึ่งเป็นสารก่อให้เกิดการระคายเคืองบ้าง แต่มีผลข้างเคียงน้อย ซึ่งสามารถใช้ได้ค่ะ

อย่างไรก็ตามความปลอดภัยนั้นเรื่องสำคัญ หากจะใช้อะไรควรพิจารณาถึงหลายๆอย่างก่อนใช้ อย่างเช่น ส่วนผสม , อย. เป็นต้น เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีสารเคมี ทั้งนี้ เราอยากแนะนำผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่สกัดจากธรรมชาติมากกว่าสารเคมีนะคะ

สารปกคลุมผิว

สารปกคลุมผิว (Covering Agents) เป็นสารทึบแสงและช่วยให้ผิวขาวทันที ได้แก่ ครีมบำรุงผิว ครีมกันแดด แป้งรองพื้น ซึ่งสารไททาเนียมไดออกไซด์เป็นสารมีประสิทธิภาพมากที่สุด แต่เมื่อล้างออกก็ยังมีสีผิวเดิม ไม่ได้ให้ผิวเปลี่ยนเป็นสีขาวถาวร ปลอดภัยสามารถใช้ได้
ขาวทันที TiO2 สารทึบแสงมีประสิทธิภาพมากที่สุด แต่เมื่อล้างออกก็ยังมีสีผิวเดิม ไม่ได้ให้ผิวเปลี่ยนเป็นสีขาวถาวร อาจใช้ซิลิโคนช่วยเพื่อให้ล้างออกยากขึ้น

สเตียรอยด์

สเตียรอยด์มีหลายชนิด ให้หน้าขาวใสบาง เห็นรอยเส้นเลือด โครงสร้างผิวหลวมบาง คอลลาเจนและอีลาสตินถูกทำลาย ผิวเหี่ยวยุบตัว ผิวหนังชั้นหนังกำพร้าบางลงเพราะการสร้างเซลล์ใหม่หยุดชะงัก สารสำคัญที่เป็นองค์ประกอบของปราการผิวไม่เพียงพอ เชื้อโรคและสารก่อการแพ้จึงซึมลงไปใต้ผิวได้มากกว่าปกติ ทำให้แพ้ง่าย ใช้อะไรก็แพ้ เป็นสิวรุนแรง แผลหายช้ากว่าปกติเพราะการสร้างเนื้อเยื่อใหม่เส้นเลือดใหม่ผิดปกติไปหมด เป็นสิวสิวสเตียรอยด์ บางคนใช้ครีมแล้วไม่แพ้คิดว่าดี จริงแล้วเพราะครีมกดสิวไว้ ใช้แล้วสวยเร็ววัน หยุดใช้สิวเยอะกว่าเดิม ผิวเสียหายหนัก ทำงานผิดปกติไปหมด ถ้าไม่หยุดสเตียรอยด์ไม่มีวันหาย ควรหยุดทันที แต่อาจเกิดสิวรุนแรง การค่อยหยุดมีแต่ผิวเสียหายหนักไปอีก จะกลับมาเป็นสิวแน่ๆ

ผลัดเซลล์

ครีมที่ระคายเคืองผิวเป็นเวลานาน โดยเฉพาะครีมหน้าใส เร่งการผลัดเซลล์ ดูเผินๆ หน้าใสแต่ลูบแล้วสาก สิวอุดตันเพียบ รบกวนโครงสร้างและการระบายน้ำมัน ผิวตอบสนองโดยพยายามแบ่งตัวมากขึ้น ผลัดเซลล์มากขึ้น เป็นคอมีโดนไปอุดตันรูขุมขน เป็นสิวอุดตันเรื้อรัง

วิตเอ

นิยมในครีมหน้าใสผิดกฏหมาย ใช้ต้องอยู่ในความดูแลแพทย์ แสบร้อนอักเสบสิว เป็นรอยไหม้แดง ตับทำงานผิดปกติ คนท้องใช้ไม่ได้เพราะมีผลกับการสร้างอวัยวะเด็ก

IPL เลเซอร์

ลดเมลานินจากพลังงานความร้อนแสง ให้ผิวแดง ไวแสง แพ้แสงมากขึ้น

เปลี่ยนสี

มีหลายคนอยากทราบเรื่อง ครีมทาหัวนมชมพู ชี้แจงดังนี้ ทำไมทาแล้วชมพู เพราะสี FD&C red number 27 หรือ Food drug and Cosmetic สีนี้จะใช้ทำ ลิปมันเปลี่ยนสีก็ได้ เพราะเมื่ออยู่ใน pH ที่เป็นด่างจะให้สีขาว เมื่อโดน ผิวหนัง ที่เป็นกรด อ่อนๆ จะเปลี่ยนเป็นสีชมพูหรือแดงแค่นั้นเอง จ้าง่ายๆ

วิธีทำให้ขาว ด้วยธรรมชาติ

ปลอดภัย และขาวยั่งยืนกว่า

หลีกเลี่ยงแสงแดด

รู้หรือไม่สารกันแดดที่ดีที่สุด คือ เมลานินหรือเม็ดสิผิว เพราะหากผิวโดนแดด ร่างกายก็จะสร้างสารกันแดดนี้มาปกป้องผิวให้สีผิวเข้มขึ้น ดังนั้นการสวมเสื้อผ้าที่ปกปิดร่างกาย กางร่มกันแดด หรือการเดินหลบแสงแดดตามใต้อาคาร เนื่องจากรังสียูวีเป็นตัวการสำคัญที่ทำร้ายผิวเราได้รุนแรงที่สุด โดยเฉพาะในช่วงเวลาตั้งแต่ 10.00 – 15.00 น. ของบ้านเรานั้น มีค่ารังสียูวีสูงที่สุดหากเปรียบเทียบกับช่วงเวลาอื่น ดังนั้นจึงควรหาวิธีหลีกเลี่ยงที่จะรับแสงแดดโดยตรง

พิก โบทานิค ซัน

ใช้ครีมกันแดด

ครีมกันแดดเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยป้องกันรังสียูวีมาทำลายผิวเราให้คล้ำเสีย ควรเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป ค่า PA+++ หรือใช้กันแดดพิก ควรทาก่อนออกแดด 30 นาที หากมีการดูกลางแดดเป็นเวลานานนั้นก็ต้องทากันแดดซ้ำทุกๆ 2-3 ชั่วโมงด้วย เพื่อย้ำเกราะป้องกันรังสี UV และมีส่วนผสมของสารกันแดดที่เสถียรพอสมควรด้วย ครีมกันแดดนั้นถึงจะมีประสิทธิภาพป้องกันแสงแดดได้เป็นอย่างดี เช่น สารไททาเนียมไดออกไซด์ ซิงค์ออกไซด์ โดยทาซ้ำทุกชั่วโมงเมื่ออยู่ในที่ที่มีแดดจัดหรือว่ามีเหงื่อออกจำนวนมาก จะช่วยให้ผิวเราไม่ไหม้และดูแก่ก่อนวัย

ล้างหน้าเพื่อผิวขาวใส

สูตรทําให้หน้าขาวแบบธรรมชาติ การล้างหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ ควรเลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่เหมาะกับผิวของคุณที่สุด เพราะจะช่วยล้างสิ่งสกปรกให้ออกไปจากผิว ทำให้ผิวหน้าสะอาดและพร้อมรับการบำรุง จึงควรเลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าที่เหมาะกับสภาพผิว เพื่อให้การทำความสะอาดผิวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อเป็นการช่วยชะล้างสิ่งสกปรกออกจากรูขุมขนได้มากยิ่งขึ้น พร้อมกับช่วยเติมสารอาหารผิวอย่างล้ำลึกไปพร้อมๆ กันเราขอแนะนำสูตรล้างหน้าที่ทำเองได้จากวัตถุดิบธรรมชาติดังนี้

สูตรน้ำมันมะพร้าว

น้ำมันมะพร้าวมีคุณสมบัติเป็นคลีนเซอร์สูตรอ่อนโยนต่อผิวหน้าได้ดีทีเดียว ซึ่งหลังจากเผชิญสิ่งสกปรกและมลภาวะมาตลอดทั้งวัน ให้ใช้น้ำมันมะพร้าวนวดลงบนผิวหน้าเบาๆ ให้น้ำมันซึมซาบให้ทั่วผิวหน้า และทิ้งไว้ประมาณ 30 วินาทีจากนั้นนำผาขนหนูชุบน้ำอุ่นมาประคบให้ทั่วผิวหน้าเพื่อเปิดรูขุมขน รออีกประมาณ 15-30 วินาที ค่อยเช็ดออกด้วยผ้าขนหนูนุ่มๆ วิธีนี้จะช่วยขจัดสิ่งสกปรกที่อุดตันรูขุมขนให้ออกไปอย่างหมดจดเลยทีเดียว

สูตรน้ำผึ้งและมะนาว

น้ำผึ้งและมะนาวเป็นส่วนประกอบจากธรรมชาติที่ช่วยบำรุงผิวและฆ่าเชื้อ ผสมน้ำผึ้ง 1 ช้อนชาเข้ากับน้ำมะนาว 2 ช้อนชา จากนั้นทาให้ทั่วผิวหน้าอย่างนุ่มนวลด้วยนิ้วมือของคุณ รอจนกว่าจะแห้งแล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำอุ่น โดยน้ำผึ้งช่วยฆ่าเชื้อโรคได้ตามธรรมชาติซึ่งจะช่วยป้องกันการเกิดสิว นอกจากนี้ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่จะช่วยชะลอความชราของผิว ส่วนน้ำมะนาวมีกรดซิตริกที่ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียและช่วยให้ผิวหน้าขาวกระจ่างใสได้อย่างเป็นธรรมชาติ

ขัด/สครับผิว

หน้าขาวใสแบบธรรมชาติ ควรสครับผิวอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง เพื่อขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออก ทำให้ผิวใหม่มีโอกาสขึ้นมาทดแทนผิวเดิม ทำให้ผิวหน้าขาวใสขึ้น
นอกจากนี้การสครับผิวยังช่วยให้ผิวหน้ามีเลือดหมุนเวียนมาหล่อเลี้ยงได้ดี ทำให้ผิวมีเลือดฝาด ทั้งยังช่วยขจัดของเสีย และช่วยให้ผิวหน้าเปล่งปลั่ง ซึ่งการสครับผิวนั้นก็สามารถทำได้ด้วยสูตรจากธรรมชาติ โดยมีสูตรง่ายๆ มาให้เลือกใช้กัน ดังนี้

มะเขือเทศ+แตงกวา+น้ำตาลทราย

นำมะเขือเทศ 2 ลูกใหญ่ มาปั่นรวมกับแตงกวา 2 ลูก แล้วเอาผสมกับน้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ นำมาขัดวนบนใบหน้าเบาๆวิตามินซีจากมะเขือเทศจะช่วยให้ผิวหน้าขาวใส และมอยเจอร์ไรเซอร์จากแตงกวา จะช่วยให้ผิวชุ่มชื้น ส่วนน้ำตาล จะขัดเอาเซลล์ผิวเก่าออก ช่วยให้ผิวหน้านุ่มกระจ่างใสขึ้น

โยเกิร์ต+น้ำตาล

เทโยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วย ผสมกับน้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ แล้วเอามาขัดบนใบน้าเบาๆ ทิ้งไว้สักปแปบแล้วค่อยล้างออกให้สะอาด ทำอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง ในโยเกิร์ตมีโปรตีนที่ช่วยเสริมให้ผิวแข็งแรง และนอกจากนั้นโยเกิร์ตยังช่วยผลัดเซล์ผิวด้วยนะคะ เมื่อใช้คู่กันกับน้ำตาลทราย จะยิ่งทำให้เซลล์ผิวที่ตายแล้วหลุดออก ผิวหน้าก็ใสเป๊ะได้ง่ายๆ

วิธีการพอกหน้า

การพอกหน้า หนุ่มๆสาวๆควรจะมีการพอกหน้าสัปดาห์ละ 2 – 3 ครั้งเพื่อเป็นการบำรุงผิวหน้ารวมทั้งยังช่วยให้มีผิวหน้าขาวกระจ่างใส
ส่วนการพอกหน้าหากท่านใดที่อยากประหยัดเงินในกระเป๋าก็สามารถใช้หลักการพอกหน้าจากธรรมชาติ ส่วนผสมทางธรรมชาติบางส่วนก็สามารถทำให้ทุกคนมีผิวหน้าขาวกระจ่างใสอย่างปลอดภัยได้
ทางเราขอยกตัวอย่างสูตรพอกหน้าที่ทำให้มีผิวหน้าขาวกระจ่างใสอย่างปลอดภัย

สูตรขาวกระจ่างใสด้วยน้ำผึ้งผสมมะนาว

เป็นสูตรที่ทำได้ง่ายมากมีเพียงน้ำผึ้งที่หาซื้อได้ง่ายตามเซเว่นและน้ำมะนาวสด โดยใช้ส่วนผสมน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ + น้ำมะนาวนิดหน่อยคนให้เข้ากัน ก่อนพอกควรให้น้ำอุ่นๆล้างหน้าก่อนให้รูขุมขนเปิด แล้วจึงพอกหน้าด้วยน้ำผึ้งกับะนาวทิ้งไว้ประมาณ 10 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำเย็นเพื่อให้รูขุมขนปิด จากนั้นเช็ดหน้าให้แห้งลงเซรั่มพิกและครีมพิกเพื่อหน้าขาวกระจ่างใสได้เลย

สูตรพอกหน้าขาวกระจ่างใสด้วยแอปเปิ้ลผสมน้ำผึ้ง

นำแอปเปิ้ลมาปลอกเปลือกและคว้านเมล็ดออกให้หมด จากนั้นนำไปปั่นให้ละเอียดผสมน้ำผึ้งประมาณ 1 ช้อนชาปั่นให้เข้ากัน เสร็จแล้วก็นำมาพอกทิ้งไว้ประมาณ10 – 15 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดเช็ดหน้าให้แห้ลงเซรั่มพิกและครีมพิกเพื่อหน้าขาวกระจ่างใสได้เลย

ดื่มอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว

น้ำนั้นช่วยสร้างผิวขาวใสอมชมพูให้เราได้ ถึงแม้ว่าเรานั้นจะดำแค่ไหนหรือว่าผิวแทน แต่หากมีการดื่มน้ำเยอะๆถึงผิวจะแทนก็แทนเนียนละเอียด ผิวไม่แห้งและก็ผิวนุ่มชุ่มชื่นอีกด้วย ในร่างกายของคนเรานั้นประกอบไปด้วยน้ำกว่า 80% ด้วยกัน โดยส่วนใหญ่นั้นจะเป็นน้ำที่เรานั้นดื่มเข้าไปต่อวันต่อวันเพื่อดำรงชีพ มันรวมผสมกับเลือดซึ่งก็นำมาใช้เหมือนการปั่นไฟ ปั่นพลังงานให้แก่ร่างกายต้องมีการเติมน้ำมันเข้าร่างกายทุกๆวัน เพราะฉะนั้นวันไหนที่ขาดน้ำมัน เชื้อเพลิงก็ย่อมหมด หรือมีการทำงานที่น้อยลงและช้ากว่าเดิม ไม่รวดเร็วและไม่คงทนเหมือนเดิม เพราะฉะนั้นเราเปรียบเทียบให้คุณนั้นเห็นว่า น้ำจำเป็นต่อร่างกายมากน้อยแค่ไหน สำหรับน้ำนั้นยังช่วยสร้างผิวขาวได้อีกด้วยในผู้ที่มีผิวขาวอยู่แล้ว แต่มักจะมีผิวแห้งหรือในผู้ที่อยากจะมีผิวขาวแต่ไม่รู้จะเริ่มดูแลตัวเองจากตรงไหน แนะนำการดูแลตัวเองจากภายในสู่ภายนอกค่ะ เทคนิคการดูแลตัวเองนั้นก็ไม่ยากเพียงแค่ดื่มน้ำวันละ 8 แก้วเป็นอย่างต่ำหรือราวๆวันละ 2 ลิตรต่อวันก็ช่วยเรื่องผิวสวยขาวกระจ่างใสได้ สิ่งสำคัญคือความสม่ำเสมอและปริมาณ จะต้องฝึกให้ตนเองหมั่นทำให้ได้ทุกวัน

ออกกำลังกาย

เรามักสังเกตเห็นว่า ผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำจะดูหนุ่มสาวและมีผิวที่ใสดูอ่อนกว่าวัยมากกว่าผู้ที่ไม่ได้ออกกำลังกายเป็นประจำ นั่นก็เป็นเพราะว่าการออกกำลังช่วยให้ระบบโลหิตไหลเวียนดีขึ้น เร่งผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ผิวจึงเปล่งปลั่ง ขาวใส ดูมีเลือดฝาด และได้สุขภาพที่ดีขึ้นอีกด้วย โดยลองสังเกตตัวเองง่ายๆ เมื่อออกกำลังกายจนอุณหภูมิในตัวสูงขึ้นและมีเหงื่อออก เราจะสามารถขัดขี้ไคลตามแขนขาได้ง่ายนั่นเอง

การรับประทาน

คือการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อผิว ซึ่งอุดมไปด้วยสารอาหารจำพวกวิตามินซี วิตามินอี คอลลาเจน เบต้าแคโรทีน ไบโอฟลาโวนอยด์ และสารต้านอนุมูลอิสระต่างๆ ซึ่งหาได้ง่ายจากอาหารบ้านเรา เช่น ปลาทะเล ผักสด ส้ม แครอท แตงโม มะละกอ มะเขือเทศ และผลไม้สด การรับประทานอาหารเหล่านี้จะช่วยให้ผิวค่อยๆ ขาวกระจ่างใสขึ้นจากภายในสู่ภายนอกได้อย่างเป็นธรรมชาติ

นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

การนอนหลับให้ได้ถึง 8 ชั่วโมง ส่วนใหญ่มักจะนอนกันได้เต็มที่เพียงแค่ 5 – 6 ชั่วโมงเท่านั้น เป็นการนอนหลับอย่างไม่มีคุณภาพ แต่เชื่อหรือไม่ว่าหากเรานอนหลับสนิทหรือหลับลึกติดต่อกันถึง 4 ชั่วโมงก็เพียงพอในระดับหนึ่ง และยังช่วยให้ผิวพรรณอิ่มเอิบสดใสดูดีขึ้นอีกด้วย

งดการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์

หลีกเลี่ยงควันบุหรี่และควันพิษต่างๆ เท่าที่จะทำได้ สิ่งเหล่านี้เป็นผลร้ายที่จะทำอันตรายให้ผิวเราคล้ำเสียแลดูไม่ขาวใสอย่างที่ควรจะเป็น รวมไปถึงอาหารเสริมเร่งผิวขาวบางประเภทที่เป็นสารเคมีเช่นกัน นอกจากจะไม่ช่วยเรื่องผิวแล้ว ยังเป็นอันตรายต่อร่างกายในระยะยาวอีกด้วย

เมคอัพเพิ่มความขาว

ใช้ครีมรองพื้นและแป้งที่สว่างกว่าผิวจริง 1 ระดับหรือตามต้องการ ก็จะช่วยให้หน้าดูสว่างใสขึ้นได้เยอะเลยทีเดียวนอกจากนี้ยังมีไพร์เมอร์และเบสเมคอัพที่ช่วยปรับผิวให้สว่างขึ้นและช่วยให้เครื่องสำอางติดทนนานมากขึ้น

อบไอน้ำผิว ซาวผิว

การทําให้หน้าขาวใส อีกวิธีหนึ่งเพื่อผิวหน้าที่ขาวเนียนใสอย่างเป็นธรรมชาติ ก็คือการอบไอน้ำผิว การซาวผิวหน้านั่นเอง โดยวิธีนี้คุณสามารถทำเองได้ที่บ้านด้วยการต้มน้ำให้เดือด จากนั้นยื่นหน้าเข้าไปอังไอน้ำที่พุ่งขึ้นมา ความร้อนของไอน้ำจะทำให้รูขุมนเปิดกว้างออก และขจัดสิ่งอุดตันออกไปได้อย่างง่ายดาย แถมยังทำให้ผิวชุ่มฉ่ำ เนียนนุ่มมากยิ่งขึ้น ทำให้กล้ามเนื้้อผ่อนคลาย มีการผลัดเซลล์ผิวเก่าๆ ออกและเมื่อทำการอบไอน้ำ ซาวผิวหน้าเสร็จแล้ว ควรที่จะล้างหน้าด้วยน้ำเย็นทันที เพื่อเป็นการปิดรูขุมขน ช่วยล้างสิ่งสกปรกและเซลล์ผิวเก่าที่หลุดออกมาให้ผิวสะอาด

ด้วยเลเซอร์และเครื่องมือแพทย์

การทำไอออนโต

เป็นการใช้กระแสไฟฟ้าในการช่วยผลักวิตามินให้ซึมลึกเข้าสู่ผิว จะได้ผลดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลาย ๆอย่าง อย่างแรกที่สำคัญคือ ตัวเจลวิตามินที่ใช้ในการทำว่ามีคุณภาพแค่ไหน เจลวิตามินที่ใช้ทำมีความเข้มข้นเท่าไหร่ ตัววิตามินที่ใช้ทำตรงกับความต้องการหรือไม่ ระยะเวลาการทำ (อย่างน้อย 30 นาที จึงจะเห็นผล) และการปรับความแรงของกระแสไฟ (ควรปรับให้เหมาะสมกับสภาพผิวหน้าและปัญหาที่เป็นอยู่) โดยเจลวิตามินที่ทำให้หน้าใสตัวหลัก ๆ ก็คือ วิตามินซี (ทำให้หน้าใสโดยตรง), Licoric (ช่วยเรื่องความขาวและใสด้วย) และตัวที่แนะนำสำหรับผู้ที่เป็นสิวแล้วอยากหน้าใสคือวิตามินเอ โดยวิตามินเอจะมีหลายความเข้มด้วยกัน ตั้งแต่ 0.025-0.1% เมื่อทำแล้ว อีก 2-3 วันหน้าจะเริ่มผลัดเซลล์ผิวเก่าออก หน้าลอกเป็นขุย ๆ จะช่วยเอาสิวอุดตันเก่า ๆ ออกมา ช่วงนี้สิวอาจจะเพิ่มมากขึ้นแต่ไม่ต้องกังวล ทำไปนาน ๆ จะทำให้สิวหายด้วย แล้วหลังจากนั้นหน้าก็จะใสขึ้นเรื่อย ๆ แต่ข้อเสียคือเวลาทำจะรู้สึกช็อต ๆ จี๊ดที่หน้าหน่อย ยิ่งถ้ากลิ้งไปโดนตรงบริเวณแผลสิวหรือสิวอักเสบจะจี๊ดมาก ๆ วิธีแก้คือแปะเทปกาวแบบที่แพทย์ใช้เป็นแผ่นเล็ก ๆ ลักษณะคล้ายการแปะหัวสิวเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้กระแสไฟฟ้าถูกผิวสิวโดยตรง ส่วนราคาที่ทำจะอยู่ประมาณ 200-500 บาท

การทำโฟโน

เพิ่มการดูดซึมของเจลวิตามินโดยใช้คลื่นอัลตราโซนิกหรือคลื่นเสียง ส่วนตัวแล้วขณะทำจะรู้สึกสบายหน้ามาก ๆ (ทำแล้วอาจเผลอหลับได้เลยทีเดียว) ข้อดีที่เห็นได้ชัดเจนก็คือช่วยรักษาเรื่องริ้วรอยได้เป็นอย่างดี แต่ประสิทธิภาพการผลักวิตามินเข้าสู่ผิวจะไม่ดีเท่ากับเครื่องไอออนโต ส่วนราคาที่รับทำก็จะอยู่ที่ 200-500 บาทโดยประมาณ

การทำ IPL

หน้าใสแบบทันใจ ใช้หลักการของคลื่นแสง สามารถใช้รักษารอยแดงจากสิว กระ กำจัดขนถาวร เส้นเลือดขอด เส้นเลือดฝอยที่เกิดจากการรักษาฝ้า ปานบางชนิด ลดริ้วรอยเหี่ยวย่น ข้อดีคือไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผล และหน้าใสทันที ราคาต่อครั้งก็ 2,000 บาทขึ้นไป

ครีมลดสิว

บำรุงเพื่อผิวขาว

เราขอแนะนำ PIX Botanic ด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติที่ทรงคุณค่า เพื่อหน้าที่ขาวกระจ่างใส ห่างไกลสิว เรียบเนียน และน่าสัมผัส
PIX Botanic Serum ด้วยสารสกัดจากธรรมชาติอันทรงคุณค่า พลังจากพฤกษานานาชนิด สวยเปล่งประกาย เติมเต็มให้ผิวที่แห้งกร้าน กลับมาเต่งตึง พร้อมกับซ่อมแซมเซลล์ผิวที่สึกหรอให้กลับมาสมบูรณ์แบบได้อีกครั้ง ปรุบสมดุลผิวหน้า ซึบซับและดูแลผิวได้อย่างล้ำลึกถึงชั้นของ DNA จึงมั่นใจได้ว่าผิวจะได้รับ การปกป้องอย่างสมบูรณ์แบบ