ตกขาวเรื่องใกล้ตัวที่ผู้หญิงต้องระวัง

ดูแลภายนอกแล้ว ต้องไม่ลืมดูแลภายในอย่างจุดซ่อนเร้นหรือบริเวณช่องคลอดด้วย หากดูแลไม่ดีก็จะเกิดตกขาว ที่เป็นปัญหากังวลใจของผู้ญิงหลายๆคน

ตกขาวคือ สารคัดหลั่งที่ขับออกจากช่องคลอดและปากมดลูก พบได้มากในช่วงก่อนและหลังมีประจำเดือน ช่วงตั้งครรภ์ ประเภทของตกขาวแบ่งได้ 2 แบบดังนี้

  • ตกขาวปกติ
    มีลักษณะเป็นเมือกสีขาวลื่นๆ หรือใสไม่มีสี ไม่มีกลิ่นเหม็น ไม่ก่อให้เกิดอาการคัน ตกขาวแบบปกติมีหน้าที่ให้ความชุ่มชื้นเพื่อการหล่อลื่น ป้องกันการติดเชื้อ ตกขาวแบบปกติจะมีการเปลี่ยนแปลงตามรอบเดือน ซึ่งขึ้นอยู่กับฮอร์โมนโปรเจสเตโรนและเอสโตรเจน เมื่อเป็นแล้วจะหายได้เอง
  • ตกขาวผิดปกติ
    ตกขาวที่ผิดปกติ ไม่เพียงแต่ทำให้เสียความมั่นใจหรือกังวลเท่านั้น แต่ยังเป็นอันตรายต่อสุขภาพอีกด้วย ซึ่งเมื่อไรที่ตกขาวเป็นก้อนแป้ง ช่องคลอดมีกลิ่น เกิดอาการคันและแสบ มีตกขาวเยอะ และมีสีอื่นที่ไม่ใช่สีขาว อาการเหล่านี้เป็นสัญญาณเตือนถึงอันตรายที่ต้องระวัง

หากปล่อยตกขาวสะสมนานๆ อาจก่อให้เกิดภาวะเเทรกซ้อนเหล่านี้

  • มีแผลติดเชื้อและเลือดที่ไม่ใช่ประจำเดือนบริเวณช่องคลอด 
  • โรคหนองในขั้นรุนแรง
  • เป็นโรคร้ายแรงอย่างมะเร็ง เช่น มะเร็งปาดมดลูก
  • การติดเชื้ออาจแพร่ผ่านแม่สู่ลูกได้ 
  • เกิดการอักเสบและติดเชื้อลุกลาม แต่ละอวัยวะภายในของระบบสืบพันธ์ เช่น มดลูก รังไข่
  • สุดท้ายการติดเชื้อที่มีความรุนแรงมากๆ ก็อาจทำให้เกิดภาวะช็อกจนถึงขั้นเสียชีวิตได้เลย 

ตกขาวผิดปกติ

แก้อย่างไร

ไไร

ความสะอาดของจุดซ่อนเร้นมีผลต่อปัญหาตกขาวที่สุด เราต้องทำความสะอาดทุกวัน แต่ด้วยความที่จุดซ่อนเร้นเป็นส่วนบอบบาง ต้องหลีกเลี่ยงสารระคายเคืองต่างๆ บางคนจึงใช้เพียงน้ำเปล่าล้างเท่านั้น ซึ่งยังสะอาดไม่เพียงพอ แนะนำใช้ฟลาวเวอร์ วีเมน คลีน 

เซรั่มทำความสะอาดน้องสาว ใช้ทุกครั้งอาบน้ำ ดีกว่าการใช้น้ำเปล่าล้าง ช่วยเติมความชุ่มชื้น พร้อมกลิ่นหอมผ่อนคลายขณะอาบน้ำ เป็นกลิ่นหอมเฉพาะพิก ไม่ซ้ำใคร

  • แก้ตกขาว
    ล้างเฉพาะสิ่งสกปรกได้ดี ไม่ทำลายสมดุล ด้วยสารทำความสะอาดอ่อนโยน ปรับสมดุลจิมิให้เเข็งแรง ทั้งช่วยแก้และป้องกันตกขาว
  • ปลอดภัย
    สูตรอ่อนโยนสุด ใช้สารสกัดบริสุทธิ์จากธรรมชาติ ปราศจากสารระคายเคือง

สีของตกขาวสัญญาณต้องระวัง

นอกจากเรื่องความสะอาดแล้ว เมื่อเกิดอาการตกขาวผิดปกติ เราต้องคอยสังเกตุสีของตกขาวจะบอกถึงสาเหตุการเกิดให้ระวังกัน

1. ตกขาวสีเหลือง

ลักษณะจะมีตั้งสีขาวข้น สีเหลืองอ่อนๆจนถึงสีเหลืองเข้ม มีกลิ่นรุนแรงและอาการคันร่วม พบได้บ่อยในหญิงวัยเจริญพันธุ์ ซึ่งเกิดได้จากหลายปัจจัยดังนี้

  • ติดเชื้อแบคทีเรีย
    จะเกิดตกขาวในปริมาณมาก มีอาการคันตามช่งคลอด หากรุนแรงจะเกิดการอักเสบ หากเป็นแบคทีเรียที่ชื่อว่า ไนซีเรียโกโนเรียที่พบการติดเชื้อหลังมีเพศสัมพันธ์ ทำให้เกิดโรคหนองใน
  • ติดเชื้อรา
    เกิดขึ้นจากการทานยากดภูมิคุ้มกันและยาปฎิชีวนะเป็นเวลานาน รวมถึงความอับชื้นจากการสวมกางเกงชั้นในที่เเน่นเกินไป
  • ติดเชื้อจากพยาธิในช่องคลอด
    ส่วนใหญ่จะเป็นสีเขียว แต่จะเกิดตกขาวสีเหลืองในบางครั้ง ซึ่งจะเกิดอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ช่องคลอดบวม แดง และมีเลือด อวัยวะเพศมีการอักเสบ จะติดมาจากการมีเพศสัมพันธ์และการใช้ผ้าอนามัยแบบสอด ก็ทำให้ติดเชื้อได้
  • ติดเชื้อไวรัส
    ที่พบได้ส่วนใหญ่จะเป็น เชื้อไวรัสโรคเริม ที่ทำให้เกิดตกขาวสีเหลือง มีกลิ่น มีตุ่มน้ำใสเล็กๆขึ้น

2. ตกขาวสีเขียว 

ลักษณะสีแบ่งได้หลายแบบ ทั้งตกขาวสีเขียวอ่อน สีเขียวปนเหลือง และสีเขียวเข้ม จะมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว บางรายมีกลิ่นเหม็นคาว มีฟอง รวมทั้งเกิดอาการคันและแสบบริเวณอวัยวะเพศ เป็นตกขาวแบบที่ค่อนข้างรุนแรง ซึ่งเกิดเพราะการติดเชื้อจากพยาธิในช่องคลอด ด้วยโพรโตซัวที่ชื่อว่า ทริโคโมแนส วาจินาลิส ส้วนใหญ่ได้รับเชื้อหลังจากมีเพศสัมพันธ์ นอกจากนี้ก็ยังมีแบคทีเรียบางชนิดที่ทำให้เกิดตกขาวสีเขียวได้

3. ตกขาวสีเทา

มีทั้งสีเทา และสีขาวขุ่น ตกขาวสีเทาจะมีกลิ่นเหม็นคาวรุนแรง มีอาการคันและแสบร่วมด้วย ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า แบคทีเรีย วาไจโนสิส (bacterial vaginosis) ได้รับเชื้อแบคทีเรียจากการสวนล้างช่องคลอด คุมกำเนิดด้วยห่วงอนามัย มีเพศสัมพันธ์ติดจากผู้มีเชื้อ และกินยาปฎิชีวนะเป็นเวลานาน โดยเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้อาจก่อให้เกิดโรคช่องคลอดอักเสบอีกด้วย 

4. ตกขาวสีชมพู

พบได้กับหญิงหลังคลอด เป็นเยื่อบุโพรงมดลูกที่หลุดลอกออก ไม่มีผลอันตราย แต่ถ้าเกิดกับหญิงไม่ได้ตั้งครรภ์ จะต้องระวังและตั้งข้อสังเกตุถึงความผิดปกติ เพราะอาจเป็นตกขาวที่ปนมากับเลือด กลายเป็นอันตรายได้

5. ตกขาวสีแดงและสีน้ำตาล

มีตั้งแต่สีแดงอ่อนๆ จนถึงสีน้ำตาล ในบางครั้งก็เป็นสีชมพูสำหรับหญิงที่ไม่ได้ตั้งครรภฺด้วย เป็นตกขาวที่ผสมปนกับเลือด พบในช่วงหลังมีรอบเดือน มักจะเป็นอาการที่ประจำเดือนไม่ปกติ แต่หากมีเลือดสดปน มีกลิ่นเหม็น อาการคัน และอาจปวดท้องน้อย ปวดตรงอุ้งเชิงกราน ให้ตั้งข้อสังเกตุว่าเกิดภาวะการติดเชื้อที่ปากมดลูกและช่องคลอด และที่รุนแรงมากๆ คืออาจเกิดมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกหรือมะเร็งปาดมดลูก

หากสังเกตุอาการตกขาวที่สีผิดปกติ หรือมีอาการคัน แสบ กลิ่นเหม็นรุนแรง ต้องรีบพบแพทย์ เพื่อทำการรักษาตามสาเหตุ ที่สำคัญการใช้ยาปฏิชีวนะต้องอยู่ในการควบคุมดูแลของเเพทย์เท่านั้น

ตกขาวผิดปกติจะไม่ใช้เรื่องน่ากังวลอีกต่อไป เมื่อเรารีบรักษาตามสาเหตุ และอย่าลืมดูแลสุขอนามัยจุดซ่อนเร้นดังต่อไปนี้ ป้องกันไม่ให้เกิดตกขาวซ้ำๆ

  • ทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นทุกวัน หลังจากล้างแล้ว ให้เช็ดแห้งจากด้านหน้าไปหลัง เพื่อป้องกันเชื้อแบคทีเรียจากทวารหนัก
  • ไม่ใช้การฉีดน้ำล้างสวนติดต่อกันนานๆ จะทำให้เกิดแบคทีเรียและติดเชื้อได้
  • สวมใส่เสื้อผ้าที่ระบายได้ดี ไม่ใส่แบบรัดแน่นเกินไป ป้องกันความอับชื้น
  • ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ เพื่อป้องกันการติดเชื้อผ่านทางช่องคลอด
  • ช่วงมีประจำเดือน ควรเปลี่ยนผ้าอนามัยทุกๆ 4 ชัวโมง เพื่อป้องกันแบคทีเรียสะสม
  • เลี่ยงการใช้ผ้าอนามัยแบบสอดติดกันนานๆ และเลือกใช้ผ้าอนามัยที่อ่อนโยนกับผิวจุดซ่อนเร้น

Leave a Comment