รักษาสิวด้วยยา

ขึ้นชื่อว่ายา หลายคนก็อยากเลี่ยง ยาแก้แพ้ ลดการแพ้ให้สิวผดหายทันที แต่ผิวไม่ได้แข็งแรงขึ้น สิวผดจึงกลับมาอีก และอาจเป็นหนักกว่าเดิมเมื่อยาหมดฤทธิ์ การใช้ยากดภูมิคุ้มกันบ่อยๆ อย่างยาสเตียรอยด์ ก็ทำให้ผิวเสียหาย ผิวไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ เรามาดูกันว่ามียาอะไรบ้าง

วิธีรักษาสิวผดด้วยยา

  • กลุ่มยาเรตินอยด์
    ที่เราคุ้นเคยกันก็คือ ยาดิฟเฟอริน ซึ่งจะทำให้สิวผดผุดหัวสิว ง่ายต่อการกำจัดออก แต่มีผลทำให้ผิวแห้ง ลอกแดง ไวแดด
  • ยาที่ใช้รักษาสิวเชื้อรา 
    มีแบบทาเช่น โตโคนาโซล โครไตมาโซล หรือแบบทาน เช่น ฟลูโคนาโซล ซึ่งยาเหล่านี้รักษาสิวผดที่ร่วมกับเชื้อราได้ดี แต่ผลข้างเคียงค่อนข้างสูงเลยทีเดียว ทั้งมีผลต่อร่างกายสุขภาพ ผิวก็จะอ่อนแอและบางลง
  • ยาสเตียรอยด์
    ถูกนำมาใช้รักษาสิวผด แต่ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ผิวหนัง ซึ่งแน่นอนว่าเป็นสารอันตราย การใช้ยาตัวนี้จึงทำให้ผิวแย่ลงกว่าเดิม แถมสิวก็อาจไม่หาย
  • ยาคุม
    แค่ปรับฮอร์โมนเท่านั้น สิวไม่หายขาด แถมยังทำให้ปวดหัว คลื่นไส้ ปวดหน้าอก น้ำหนักเพิ่ม มีเลือดไหลก่อนประจำเดือน เสี่ยงลิ่มเลือดอุดตัน
  • ซิงค์
    มีทั้งแบบกินและทา ทำให้ผิวแห้ง บางคนใช้แล้วสิวเยอะขึ้น
  • วิตเอ
    อันตรายมาก ตัวยาไปกดต่อมไขมัน สลายหัวสิวที่อุดตัน แต่ผิวลอกแห้ง ผิวไหม้ ตับทำงานผิดปกติ และคนท้องใช้ไม่ได้ เพราะมีผลกับการสร้างอวัยวะเด็ก
  • คลินดามัยซิน
    สะสมในร่างกาย ใช้แล้วระคายเคืองผิว ผิวลอก แดง แสบร้อน
  • เบนโซอิลเพอร์ออกไซด์
    มีหลายระดับความเข้มข้น ฆ่าเชื้อสิว แต่ผิวแห้ง เกิดริ้วรอย ผิวหมองคล้ำ
  • Tea Tree Oil
    ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ลดการเกิดสิวใหม่ แต่เกิดการระคายเคือง จากน้ำมันและกลิ่นหอม
  • BHA AHA
    เร่งขจัดเซลล์ผิว สลายสิวอุดตัน แต่ผิวแห้งลอก ไวต่อแสง ผิวไหม้ง่าย

นอกจากเสียเงินซื้อยาแล้ว หน้ายังอาจพังหนักกว่าเดิมเมื่อยาหมดฤทธิ์ การใช้ยากดภูมิคุ้มกันบ่อยๆ อย่างยาสเตียรอยด์ ก็ทำให้ผิวเสียหาย ผิวไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ แนะนำใช้พิก โบทานิค ผิวแข็งแรงขึ้น สิวผดจึงหายขา