หมอ กับผู้ผลิตครีม ต่างกันยังไง?

ปัจจุบันมีครีมทั้งส่วนที่ผลิตมาจากผู้ผลิตโดยตรงและจากหมอ ขนาดหมอยังให้มาผลิตครีม ดังนั้นเราจะเชื่อผู้ผลิตหรือจะเชื่อหมอ

หน้าที่ของหมอ

หากเราเป็นสิว ส่วนใหญ่มักจะไปพบหมอ หากพูดเป็นภาษาชาวบ้าน “หมอเรียนมาเพื่อเดา” หรือวินิจฉัยจากอาการ มีการจ่ายยาตามสูตรการเรียน ซึ่งไม่ได้ไปผู้ผลิตครีม ครีมที่ผลิตในคลินิคนั้น RD จะเป็นผู้คิดค้นและเสนอสิ่งที่หมอต้องการ เมื่อ RD เสนอสูตรครีมทำการอธิบายว่าสิ่งที่ผลิตไปคืออะไร จากนั้นหมอจึงไปบอกต่อกับคนไข้ สำหรับหมอด้านผิวหนังโดยตรงก็จะเรียนเกี่ยวกับโครงสร้างหน้าที่การทำงาน โรคที่เกี่ยวกับผิว ไม่ได้ศึกษาด้านการผลิตครีมมา จะมีส่วนน้อยที่ศึกษาต่อทางด้านเครื่องสำอาง

ครีมส่วนใหญ่ที่จ่ายเพื่อลดสิว

หากอยู่ในตลับแบนๆ บางๆ ที่มีเนื้อครีมเป็นสีขาวทึบ สันนิษฐานได้เลยว่าเป็นครีมสเตียรอยด์ เพราะให้เห็นผลเร็ว คำแนะนำของหมอคือ จำกัดระยะเวลาการใช้ อาจไม่ควรเกิน 1-2 สัปดาห์ เพราะสารชนิดนี้จะส่งผลเสียมากกว่าผลดี
ครีมชนิดนี้ไม่ได้ให้ความชุ่มชื้น ไม่ได้ให้ผิวแข็งแรงเพื่อรักษาสิว เราอาจสังเกตุได้ เพราะการให้ความชุ่มชื้นควรมาในขนาดที่ใหญ่กว่าตลับแบนๆ และไม่ควรทาบางๆ ควรสามารถโอบทาได้เลย และไม่ควรจำกัดระยะเวลาใช้ ควรใช้บำรุงได้
ดังนั้นเราอาจปรึกษาหมอว่า ขอเปลี่ยนเป็นตัวอื่นแทนสเตียรอยด์ได้ไหม
แต่หากเป็นยา อาจจ่ายยาแก้แพ้ แก้ผื่นแดงทั่วไป หากมีสิวมาก อาจเป็นยา retin a ซึ่งมีผลเสียให้ตับทำงานหนัก หรืออาจเป็นยาสเตียรอยด์เลยก็เป็นได้ ปกติจะเม็ดเล็กๆ สีขมพู แต่ใหญ่กว่ายาแก้แพ้ 2 เท่า

RD

RD หรือ Research and Development หมายถึง คนที่พัฒนาสูตร อาจจบสาขาวิชาวิทยาศสตร์เครื่องสำอาง ที่สามารถผลิตเครื่องสำอางทุกชนิด มีความรู้ในส่วนประกอบ สามารถอ่านส่วนประกอบในเครื่องสำอางได้ สามารถรู้ส่วนประกอบได้ดีกว่า รู้ว่าส่วนประกอบไหนที่อ่อนโยนหรือไม่ อันไหนอ่อนโยนกว่า ดูคุณภาพของสินค้าได้

สรุป

หากต้องการรักษา ให้ไปพบหมอ
หากต้องการครีมดี ส่วนประกอบดี ใช้แล้วเห็นผลจริงให้มาหาผู้ผลิตครีม เพราะหมอไม่ได้มีความรู้เรื่องครีม องคืประกอบหรือขั้นตอนการผลิตครีม