Sodium Hyaluronate

ไฮยาลูรอนมาในหลายรูปแบบ เช่น กรดไฮยาลูรอนิค หรือที่ดีกว่าในรูปแบบของโซเดียมไฮยาลูรอเนต ที่พิกเลือกใช้ ซึ่งทุกสูตรของพิกใช้โซเดียมไฮยาลูรอเนตโมเลกุลเล็ก และจะเล็กมากที่สุด คือใน พิก โบทานิค ซุปเปอร์เซรั่ม ซึ่งเล็กมากที่สุดในตลาด คือ 8,000 ดาลตัน ซึ่งทั่วไปใช้ที่ 1.5 ล้านดาลตัน เมื่อ​รวม​กับ​ส่วน​ผสม​อื่น ก็​จะ​พา​ส่วน​ผสม​นั้น​ซึม​เข้า​สู่​ผิว​ได้​ลึกมากๆ

โซเดียมไฮยาลูรอเนตสกัดจากเห็ดหูขาว หรือผ่านการเพาะเลี้ยงเซลล์

คุณสมบัติช่วยนำพาสารสกัดซึมลึกสู่ผิว ชุ่มชื้นมากกว่าปกติหลายเท่า เต่งตึงกระชับ หลุมสิวให้ตื้น ผิวเรียบเนียนเร็วขึ้นหลายเท่าตัว พิกเลือกใช้โซเดียมไฮยารูลอเนตที่โมเลกุลเล็ก จึงใช้เห็นผลมากกว่า และไม่มีเจลอย่างเช่น carbopol หรือ cellulose หรือ xantan gum ผสมเพื่อลดต้นทุน จึงเห็นผลแท้จริง

ถ้าเทียบกับคอลลาเจนล่ะ ?
คอล​ลา​เจน ไม่ได้​ช่วย​ให้​ผิว​แข็งแรง จริงอยู่คอลลาเจน​เป็น​ส่วนประกอบ​ของ​ผิว รวม​ถึง​อีลาสติ​น แต่​ใน​เครื่อง​สำอาง​สาร​กลุ่ม​นี้​จัด​เป็น​โปร​ตีน ที่​สกัดมาจากสัตว์​ เช่น หนัง​สัตว์​ที่​ส่วน​เหลือ​จาก​การ​เอา​ไป​เครื่อง​หนังอีกที

โปร​ตีน​นี้ ที่​มี​ขนาด​โมเลกุล​ใหญ่​มาก ไม่​สามารถ​ซึม​ผ่าน​ผิว​ได้ แม้​จะ​เป็น hydrolyzed collagen ที่​โมเลกุล​เล็ก​ขนาด​ไหน​ก็​ตาม ก็​ไม่ได้​เล็ก​กว่า สาร​ที่​ดี​กว่า​อย่าง hyaluron

เรา​ใส่​คอลลาเจน​และ​อีลาสติ​น เพื่อ​เคลม​การ​ตลาด และ​เป็น​สาร​ให้​ความ​ชุ่มชื้น ในลักษณะ​ของ​ film former ที่​เคลือบ​ไว้​บน​ผิว เติมเต็มผิว แต่ไม่สามารถซึมเข้าไปในผิว ​ประสิทธิภาพ​ความชุ่มชื้นต่ำ​มาก ไม่​ได้​ดี​ไป​ก​ว​่​า​กลุ่มไกลคอลเลย การ​ใช้​ไกลคอล​ให้​ความ​ชุ่มชื้น​ ได้​ประสิทธิภาพ​มาก​กว่า​และ​อ่อนโยน​กว่า ดังนั้น ผิว​จะ​แข็งแรง​ได้ ไม่​จำ​เป็น​ต้อง​มี​สาร​นี้

งาน in-cosmetics หรือ​งาน​แสดง​นวัตกรรม​ด้าน​เครื่อง​สำอาง​ จึง​มี​น้อยเจ้า หรือ​แทบ​ไม่มี​ใคร​นำมาแสดง ไม่มี​ใคร​ทำ​ออก​มา​หลาย​รูป​แบ​บ เท่า hyaluron ซึ่ง​เป็นสาร​ที่​ควร​ให้​ความ​สนใจมากกว่า สารนี้รับน้ำหนัก​น้ำ​ได้ 200-1000 เท่า แล้ว​แต่​ว่า​เจ้า​ไหน​จะ​ว่า​ไป จะ​เคลม​ว่ายังไง แต่​ให้ความชุ่มชื้น​ดี​ที่​สุด และ​ดี จึง​มีซัพพลาย​เออ​ร์ หลาย​เจ้า​ทำ​ออก​มา​หลาย​แบบ ซึ่ง​พิกใช้ตัวที่ดีที่สุด และ​เล็ก​มาก​ที่​สุด​ใน​ตลาด extra-low sodium hyaluronate​ ขนาดน้ำหนัก​โมเลกุล​ 8000 Da ร่วม​กับไกลคอล ที่​ดี​ที่​สุด​จาก​ญี่ปุ่น มี​ความ​ชุ่มชื้น​สูง​โดย​ไม่​ทำ​ให้​ผิว​ร้อนวูบ และ​ยัง​อ่อนโยน​สูง เป็น​เหตุ​ที่​ครีม​พิก​มี​ประสิทธิภาพ​ที่​เหนือ​กว่า

ไฮยาลูรอน

สามารถเรียกได้ดังนี้

  • Sodium Hyaluronate
  • Hyaluronate
  • Hyaluronic Acid

เป็นสารธรรมชาติที่ร่างกายสร้างขึ้นได้เอง ลักษณะเหมือนเจลแทรกอยู่ระหว่างเซลล์ผิว โดยทำหน้าที่กักเก็บน้ำแก่เซลล์ จึงจัดเป็น Moisturizer ที่ดีที่สุด อุ้มน้ำได้ดี ทำหน้าที่เป็น Humectant คือช่วยดึงน้ำจากบรรยากาศเข้าหาตัวเอง และช่วยป้องกันไม่ให้น้ำระเหยออกจากผิว เมื่อเราอายุมากขึ้น มลภาวะ ความเครียด แสงแดดจะปัจจัยให้ ปริมาณไฮยารูลอนลดลง ทำให้ผิวขาดน้ำ และเกิดริ้วรอยขึ้น ซึ่งมีอนุภาคเล็กมากระดับนาโนสามารถซึมซาบถึงผิวชั้นในได้ง่าย และเร็ว สกัดมาจากพืชแล้วนำมาผ่านขบวนการหมักทางชีวภาพ ส่งผลให้ผิวตึงกระชับ ร่องรอยตีนกาจางลง หน้าจึงเด้ง เนียนใส

เติมเต็มความชุ่มชื้น

เป็นเวลาอย่างต่อเนื่อง ยาวนานตลอด 24 ชั่วโมง

โมเลกุลเล็กระดับนาโน มีคุณสมบัติพิเศษช่วยในการโอบอุ้มน้ำให้กับผิว ช่วยรักษาสมดุลผิวเสริมความชุ่มชื้น มีคุณสมบัติโดดเด่นหลังการใช้ นั่นคือช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวพรรณ และช่วยนำพาสารอาหารต่างๆ ซึมซาบลงสู่ชั้นผิวได้เป็นอย่างดีพร้อม ทำให้ผิวพรรณนุ่มน่าสัมผัส ปรับผิวแห้งหรือหยาบกร้านให้นุ่มขึ้น เรียบขึ้นและยังฟื้นฟูผิวที่เหนื่อยล้าให้กลับมาเปล่งปลั่งสดใสอย่างเป็นธรรมชาติ ช่วยให้ผิวหนังสามารถเก็บกักความชุ่มชื่นได้มากกว่าปกติหลายเท่า โดยที่ไม่เพิ่มความมันแบบที่ไม่ดี sebum บนผิวชั้นนอก ดังนั้นคนที่มีผิวมันก็สบายใจได้ เมื่อผิวมีความชุ่มชื่นที่ดีเพียงพอ ผิวหน้าก็จะดูอ่อนเยาว์ เนียนเรียบขึ้น ริ้วรอยลดลง มีความยืดหยุ่น นุ่มนวล และดูมีชีวิตชีวา

เราจึงแนะนำสารตัวหนึ่งในร่างกายซึ่งมีความสำคัญอย่างมาก ได้แก่ “ไฮยาลูโรนิค แอซิด” (Hyaluronic acid : HA) หรือ สารไฮยารูรอน กรดนี้เป็นสารที่ร่างกายสามารถสร้างขึ้นมาได้เอง ทำหน้าที่เป็นส่วนประกอบหลักของน้ำไขข้อ หล่อเลี้ยงข้อต่อ น้ำเลี้ยงลูกตา น้ำหล่อลื่นบริเวณส่วนต่างๆของร่างกาย รวมทั้งลดการเสียดสีของอวัยวะและเซลล์อีกด้วย ในทางความงาม ไฮยาลูโรนิค แอซิด จะถูกกล่าวถึงด้วยคุณสมบัติเป็นตัวประสานความเชื่อมต่อระหว่าง ชั้นผิวหนังแท้ (dermis) โปรตีนคอลลาเจนและอีลาสติน เข้าด้วยกัน ทำให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่น เต่งตึง ปราศจากริ้วรอย และดูเรียบเนียน นอกจากนี้ ไฮยาลูโรนิค แอซิด ยังมีคุณสมบัติทางความงามโดยอ้อมคือเป็นตัวช่วยในการนำสารอาหารเข้าสู่เซลล์ผิวทำให้เซลล์ผิวแข็งแรง และยังสามารถช่วยในการขับของเสียออกจากเซลล์ได้ดีระดับหนึ่งเลยทีเดียว

กรดไฮยารูโรนิคสังเคราะห์

อย่างไรก็ตาม เราจะไม่ตระหนักถึงการมีอยู่ของสารตัวนี้จนเมื่ออายุได้ล่วงเลยเข้าถึงวัย 30 ขึ้นไป เมื่อเราพบริ้วรอยที่ปรากฏชัดขึ้น หรือสมรรถภาพของร่างกายไม่ดีเหมือนเดิม นั่นเป็นเพราะร่างกายของเราอยู่ในช่วงสังเคราะห์สารดังกล่าวลดลงนั่นเอง นักวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์จึงได้คิดค้น
“กรดไฮยารูโรนิคสังเคราะห์” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทดแทน ไฮยาลูโรนิค แอซิด ที่ร่างกายสร้างขึ้น สารดังกล่าวมีลักษณะหนืดข้น ละลายน้ำได้ดี แต่ก็อุ้มน้ำได้ดีมากเช่นกัน กรดสังเคราะห์ดังกล่าวถูกนำมาใช้ประโยชน์ดังนี้

  • นำมาเป็นยาประเภทฉีด เพื่อบำบัดรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม(Osteoarthritis of the knee)และภาวะอักเสบรอบข้อไหล่ (Scapulohumeral periarthritis) หรือลดอาการปวดกล้ามเนื้อ/ปวดข้อได้ผลชะงัด
  • ถูกพัฒนามาเป็น ผลิตภัณฑ์น้ำตาเทียม (Artificial tear) เพื่อช่วยหล่อลื่นลูกตา ลดอาการระคายเคืองในลูกตา บรรเทาอาการตาแห้ง
  • นิยมใช้ในเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ถูกใช้มามากกว่า 10 ปี และในปัจจุบันก็ยังได้รับความนิยมเนื่องจากเมื่อคนเราอายุมากขึ้นการผลิตกรดไฮยารูรอนิกตามธรรมชาติก็จะลดน้อยลงด้วย ผลที่เกิดขึ้นก็คือทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้น

ไฮยารูลอนจากเห็ดหูหนูขาว

ในปัจจุบันด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยขึ้น ตอนนี้มีการสกัด ไฮยารูโรนิค แอซิด (Hyaluronic acid) จากเห็ดหูหนูขาวขึ้นมา เป็นทางเลือกในการใช้ทดแทน สารสกัด ไฮยารูโรนิค แอซิด (Hyaluronic acid) โดยหงอนไก่ ที่อาจเกิดการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ และ แบคทีเรียได้มากกว่าจึงกล่าวได้ว่า ไฮยารูโรนิค แอซิด (Hyaluronic acid) ที่ได้จากเห็ดหูหนูขาว จะมีความเป็นธรรมชาติสูงกว่า ปลอดภัย และ อ่อนโยนกว่า ด้วยคุณประโยชน์ดังกล่าวจึงทำให้ เห็ดหูหนูขาวขึ้นแท่น อาหารที่ช่วยฟื้นฟูความสดชื่นให้กับผิวอย่างไม่ต้องสงสัย

ประโยชน์ของกรดไฮยาลูโรนิค มีอะไรบ้าง?

จนกระทั่งนักวิทยาศาสตร์ทางด้านความงาม ได้เล็งเห็นประสิทธิภาพของสารสังเคราะห์ตัวนี้ และได้นำมาเป็นส่วนผสมหลักของครีม/เซรั่ม แม้กระทั่งเครื่องสำอางอย่าง ลิปสติก เป็นต้น โดยใช้ชื่อสารว่า “Sodium Hyaluronate” ร่วมกับ “โคเอนไซม์คิวเท็น” (Coenzyme Q10) วิตามินซี และสารต้านอนุมูลอิสระอื่นๆ จนเกิดสารบำรุงผิวที่มีคุณสมบัติและทรงคุณค่า อาทิ

  • การแก้ไขปัญหาผวขาดความสมดุล ผิวแห้ง เป็นขุย หรือหลุดลอกเป็นแผ่นๆ ด้วยคุณสมบัติกักเก็บความชุ่มชื้นในชั้นผิวได้ดีเยี่ยม
  • การบำรุงผิวพรรณ โดยเฉพาะผิวหน้าจะสามารถสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วในด้าน ความตึง กระชับ เรียบเนียน
  • ลดอาการอักเสบของสิวซ่อมแซมผิวที่ถูกทำลาย เร่งกระบวนการฟื้นฟูเซลล์ที่มีผลต่อการหายของแผล
  • มีส่วนช่วยในการลดการสร้างอนุมูลอิสระ และกรองรังสี UV ที่จะทำร้ายผิว
  • ใช้ฉีดเพื่อแก้ไขจุด บกพร่องบนใบหน้า ซึ่ง สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ
  • กรดไฮยาลูรอนิคยังช่วยให้รักษาอาการบาดเจ็บของเซลล์ผิวหนังได้เร็วกว่าเดิม 80% อีกด้วย นั่นหมายความว่าผิวสามารถที่จะสมานและฟื้นฟูตัวเองได้เร็วขึ้น ผลดีอีกข้อนั่นก็คือการช่วยทำให้ผิวดูเต่งตึงขึ้นด้วย (plump effect)

ข้อควรระวัง

อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคควรทราบข้อควรระวังของการใช้เครื่องสำอาง ครีมที่มี ไฮยาลูโรนิค แอซิด เป็นส่วนประกอบด้วย เนื่องจากการสังเคราะห์ ไฮยาลูรอนิค แอสิค ได้มาจากการสกัดแบคทีเรียที่ชื่อว่า Bacillus subtilis ในผู้ใช้บางรายจึงอาจเกิดอาการแพ้ยาจากโปรตีนของแบคทีเรียที่ใช้สังเคราะห์ตัวสารนี้

  • ห้ามใช้สารดังกล่าวกับสตรีตั้งครรภ์ สตรีที่อยู่ในภาวะให้นมบุตร และ เด็ก (อายุต่ำกว่า 3 ปี) ทั้งนี้ในกรณีของการใช้ยาที่มีส่วนผสมของ ไฮยาลูรอนิค แอสิค เพื่อการรักษาโรค มีข้อพึงระวังคือ ห้ามฉีดสารเข้าหลอดเลือด หรือข้อเข่าขณะที่กำลังเกิดบาดแผล มีการบาดเจ็บ มีการติดเชื้อ
  • ควรคำนึงว่า ปริมาณของยาและสารที่ต้องการใช้ ความถี่ในการใช้ ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคภายใต้ดุลพินิจของแพทย์ผู้ทำการรักษา

ไฮยาลูรอน มีผลต่อริ้วรอยอย่างไร

Hyaluronic acid (กรดไฮยาลูโรนิก) เป็นสารที่ใช้กันมานานกว่า 10 ปี และนิยมใช้ในเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ในการดูแลผิว ปัจจุบันนี้ก็ยังคงได้รับความนิยมมาตลอด เป็นเพราะว่ามันออกฤทธิ์ได้ผลดี โดยเฉพาะช่วยในการลดริ้วรอย Hyaluronic acid นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในวงการแพทย์โดยเฉพาะทางด้านความงาม(ทั้งในรูปครีมทาและยาฉีด) และในธุรกิจเครื่องสำอางเอง พวกเราก็จะพบเห็นได้บ่อยมากในผลิตภัณฑ์กลุ่มลดริ้วรอย ด้วยความสามารถในการซ่อมแซมเซลล์ผิวที่ถูกทำลาย และเร่งขบวนการหายของแผล ซึ่งทั้งสองประเด็นนี้ ถูกนำมาใช้เป็นจุดขายหลักของผลิตภัณฑ์แบรนด์เนมหลายตัวและรวมไปถึงเวชสำอางที่เป็นแบรนด์เนมของแพทย์ โดยใช้เป็นสารออกฤทธิ์ที่สำคัญร่วมกับโคเอ็นไซม์-คิวเท็น (Coenzyme Q10), วิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระ