รีวิวรถไฟฟ้า Hyundai Ioniq Electric ซื้อเอง รีวิวเอง

จากวันนั้นที่ซื้อรถ 1.749 ล้านบาท และผ่านมา 2 ปีล่ะ ตอนนี้เห็นราคาแล้วตกใจมาก อิอิ เหลือแค่ 1.111 ล้านเอง เอาจริงๆ ว่า เหมือนโดนตบหน้า ซื้อมาแพง แปปเดียวศูนย์ลดราคาลงฮวบเลย ถ้าศูนย์ไม่อยากให้ลูกค้าเก่าเสียใจ วิธีการง่ายนิดเดียว เอาของขวัญ เช่น ตุ๊กตาหมี หรือบัตรลดส่วนเข้าเช็คระยะให้ฟรี 10 ปี แต่จริงๆ แล้วเช็คระยะก็ถูกมาก 10 ปี หมดไปแค่ 1.2 หมื่น เท่านั้น รถ 1.74 ล้าน อย่างต่ำ น่าจะสมนาคุณ 50,000.- เลยฟรี อิอิ อันนี้คืออย่างต่ำนะ โทรไล่ไปเลยจากฐานข้อมูล คนซื้อมี 10 กว่าคันเอง ที่ซื้อราคา 1.74 ล้าน

เข้าใจว่าเป็นโปร 11/11 แต่ราคาก็​ลง เหลือ 1.3 นาน​แล้ว​ครับ ราคา 1.111 เขียน​ไว้ 10 คัน​จริง แต่​ราคา​ขาย​ต่อไปๆ น่า​จะ​ราคา​นี้​แหละ โปรไม่ได้มีหนเดียว

และจริงๆ แล้วการที่ศูนย์ลดราคาก็ไม่ใช่ความผิดใดๆ เพราะสามารถทำได้ และในตอนที่ซื้อ เราได้พอใจกับราคานั้นแล้ว อันนี้ก็แค่แนะนำเฉยๆ นะ 

แพมซื้อ Hyundai มาคันนี้ ก็คันที่ 4 แล้ว คันแรก Elantra GLE คันที่ 2 ก็ Elantra GLS Navi คันที่ 3 Veloster Turbo และคันนี้ Ioniq Electric และแนะนำเพื่อนอีกใช้ Veloster Turbo และอีกคน Elantra GLS Navi 

แต่ส่วนต่างนั้นก็ซื้อ city ได้คันนึงเลย ตบหน้าลูกค้ามากๆ  รู้สึกโดนเอาเปรียบ การตลาดแบบนี้ทำให้ลูกค้าเก่ารู้สึกเสียใจ บ้ายๆ รถคันสุดท้ายจาก Hyundai ซื้อยี่ห้ออื่นดีกว่าครับ เพราะตอนนี้อยากเปลี่ยนคัน เป็นคนเบื่อง่าย จากที่ขายยากอยู่แล้ว ทังแบรนด์ + รถไฟฟ้า ตอนนี้ ขายยากกกกกกก ไปกันใหญ่ ต้องขายต่อแบบว่ายกให้ถูกๆ ไปเลย

มาถึงตอนนี้ผ่านไป 2 ปีแล้ว มีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้างกับรถไฟฟ้า สิ่งหนึ่งคือระยะทางที่ใช้ได้ลดลง จากปกติออกศูนย์ใหม่ๆ ประมาณ 220 กม. ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง แต่สเปกจริง คือ 280 นะ เป็นปกติ เพราะมันจะจำการขับขี่ของเราว่าขับแบบไหน มาในตอนนี้เหลือเพียง 195 กม. ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ลดลงมาหน่อย รถแพมไม่เคยโดนแดดเลย รักษาดีมาก กลัวแบตเสื่อม อิอิ แต่มันก็เป็นปกติของมัน เช็คระยะล่าสุดด้วยคอมพิวเตอร์ แบตปกติดี

ทีนี้จะมีรีวิวว่า รถ​ไฟฟ้า​ ไม่ต้องเติมน้ำมัน ชีวิต​ง่าย​ขึ้น จริง​อ๋อ ทุก​วัน​เรา​ต้อง​มา​ถอด​เงียบ​ชารจ์​เอง มัน​ถึง​ยุค​ที่​เด็ก​ปั๊ม​ไม่​ต้อง​ทำงาน​แล้ว แย่ง​ง​า​น​เด็กปั้ม​ แต่​ก็​คง​อีก​นาน​เลย เพราะ​ไม่มี​ใคร​ซื้อ​รถ​ไฟฟ้า​กัน​ง่าย​เห็น​มี​ข​่​า​ว​บอกว่า MG ZS EV คน​จอง​เต็ม 1000 คัน​ ที่​แถม​แท่น​ชาร์จ​ ตั้งแต่​เปิด​ตัว นี้​ก็​ผ่านมาสักระยะล่ะ ยัง​ไม่​เห็น​ใคร​ขับ​ใน​ถนน​เลยนะ คาด​ว่า รถ​ไฟฟ้า​คง​ต้อง​รอ​อีก​นาน บ้าน​เรา​ถึง​จะ​เริ่ม​นิยม​ใช้​กัน ด้วย​ค่า​นิยม​และ​ราคา​ด้วย 88kw แบต​หมด ขับ​เบา​ๆ ปิด​แอร์

ตอน​นั้น​แพมทำไม​ถึง​เลือก​ hyundai ioniq เพราะ​ด้วย​แบตเตอรี่​ li ion polymer ที่​มี​ความ​ปลอดภัย​กว่า li ion

ตัวนี้จะแบตน้อยกว่า Kona เพราะมันไม่ได้ยกสูง เลยไม่มีที่วางแบตใต้ท้องรถเหมือน Kona ครับ

ทำไมไม่ซื้อ MG
เพราะมีประสบการณ์ไม่ดี กับเซลล์แถวบ้านเป็นทั้งกลุ่มเลยครับ เขาดูว่าประมาณเราเหมือนเด็ก แล้วเราจะขอลองขับ ตอนนั้นไฟฟ้ายังไม่ออก เขาก็เหมือนไม่อยากให้ลอง พูดจาดูถูกเยอะมาก เขาถามว่าจะขับคันไหน ผมก็บอกว่ามีรุ่นไหนบ้าง เขาบอกว่ามีทุกรุ่น งั้นผมขอ MG6 เขาบอกว่าไม่มี แล้วผมก็เลยถามอีกมีรุ่นไหนบ้าง เขาบอกมา GS และ ZS ผมขอ GS กลุ่มเซลล์ทำหน้าไม่รับแขก จะขับคันใหญ่เลยหรอ มันแพงนะ เขาขอเอกสารเยอะมากตอนให้ขับ และให้ขับในโชว์รูม เราก็เลยถามคันนั้นทำไมออกได้ เขาบอกเพราะคนนั้นเขาจองรถแล้ว และพอขับเสด ก็บอกทางให้ผมเดินกลับเลย โดยไม่ขอข้อมูลอะไร โชวร์รูม MG กรุงเทพ สาขาลำลูกกา เซลล์ทั้ง 3 คน นิสัยเหมือนกันเลย

ตอนนั้นอยากได้รถใหม่ เลยศึกษาข้อมูลหลายๆ ค่าย และด้วยเป็นคนชอบเทคโนโลยีของรถไฟฟ้าที่มีความไม่เหมือนใคร ก็เลยมองหารถไฟฟ้าของหลายๆ ค่าย จนได้มาเจอ Hyundai Ioniq ซึ่งเปิดตัวอยู่นานพอสมควรก่อนจะเข้ามาที่ไทย ซึ่งคิดว่าแพมเป็นคนแรกที่ได้เห็นรถโชว์ Ioniq สีน้ำเงิน ที่ขนผ่านตุ้คอนเทนเนอร์เมื่อวันที่ไปเช็ครถ ซึ่งตอนนั้นใช้ Hyundai Elantra อยู่ ด้วยรถมีความสวยงามและเหมาะกับบุคลิคของเรา จึงศึกษาสเปกและรัวิวในเนตทั้งหมด ตั้งแต่มีตัวโชว์เข้ามา กว่าจะวางขายจริงก็ใช้เวลานับปี ด้วยราคาขาย 1.74 ล้านบาท ก็​ถือ​ว่า​ไม่​แพง​เลย​นะ

โดยส่วนตัวแพมชอบรถที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก เพราะสามารถขับได้ง่าย เข้าซอยแคบๆได้ โดยไม่อึดอัด ซึ่งคันนี้ก็​คือ​ใช่​เลย

สิ่งที่ได้จากรถไฟฟ้าที่แน่นอนก็คือ ความมั่นใจในการขับขี่ สามารถควบคุมได้ดั่งใจ จะเร่งก็เร่งได้ทันที จะหยุดก็หยุดได้เลยแค่ปล่อยคันเร่ง มันง่ายๆ มากๆ เลยครับ แตกต่างจากรถน้ำมันที่เราเคยขับกันไปเลย แต่สำหรับใครที่เพิ่งขับช่วงแรกๆ ก็ต้องฝึกๆ หน่อย จะยังไม่ค่อยชิน โดยเฉพาะตอนถอนคันเร่ง เพื่อนมาขับรถแพมเขาจะบอกว่างงๆ มันดูแปลกๆ ที่เราต้องเหยียบคันเร่งอยู่ตลอดเวลา แต่แพมว่ามันดีมาก คือเวลาเราฉุกเฉิน เช่นมีรถคันหน้ามาปาดเรา เราก็แค่ปล่อยคันเร่ง ไม่ต้องสลับไปเหยียบเบรกให้เสียเวลาเลย มันช่วยมากเลยนะครับ ระยะเวลาในการเบรกจะเร็วมากๆ

อีกอย่างที่เริดก็คือ ได้ที่จอดรถง่าย เพราะเข้าห้างขับไปที่ชาร์จเลย ไม่มีใครมาจอด เฉพาะตอนแรกๆ นะ ตอนนี้เข้าไม่ได้ล่ะ มีแต่รถไฮบริดเสียบปลั๊กมาจอด บางทีแบตเราใกล้หมด ก็เข้าจอดไม่ได้ล่ะ ตั้งแต่ซื้อมาได้จอดที่ชาร์จได้ ประมาณ 5 ครั้ง ที่เหลือชาร์จที่บ้าน

ส่วนมากรถที่ไม่ใช่ไฟฟ้าแท้ไปชาร์จครับ ปกติแล้วขับต่อแบบใช้น้ำมันได้ ส่วนรถไฟฟ้าแท้ไม่ได้ชาร์จ ไปเติมน้ำมันเพื่อขับต่อก็ไม่ได้ เรียบร้อยเลย อิอิ

มีวันนึ่ง เริด​อ่ะ รถ​พรีเมี่ยม ที่​จอด​มี แต่​ รปภ. เรียก​ให้​มา​จอด​ตรงนี้​เลย​จ้า เอา​กรวยมาตั้งไว้ให้เลย เดิน​เข้า HomePro​ เลย สวย​ๆ

ล้อแม็ก 16 นิ้ว เป็นลายแบบของรถไฟฟ้าที่ใช้กัน เพื่อลดแรงเสียดทาน ตอนใช้แรกๆ ไม่ค่อยชอบเพราะดูไม่ค่อยหรูเนื่องจากล้อเล้กแต่พอใช้ไปมา รุ้สึกชอบมาก เพราะเวลาล้อหมุนจะดูเหมือนกังหันลม และดูล้ำสมัยมาก

ยางขนาด 205 16 ที่มากับตัวรถ เป็นยางฤดูหนาวที่เมื่อใช้ในบ้านเราที่อากาศร้อน จะไม่ค่อยเกาะถนน และเป็นยางรุ่นประหยัดพลังงานอีก จึงต้องใช้ระยะเวลาเบรกมากหน่อย ผมเลยเอาไปเปลี่ยนพบว่ายางมีให้เลือกน้อย เพราะเป็นขนาดที่ไม่เป็นที่นิยม

ตอนนี้เปลี่ยนใช้เอาล้อ Veloster มาใส่แทน เกาะถนนดีมากครับ

ตอนแรกๆ กลัว ล้าง​รถแบบอัดฉีด มัน​จะ​ไม่​ซ๊อตใช่ไหม ใช้​รถ​ไฟฟ้า กลัว​อยู่ 2 อย่าง
1. กลัว​น้ำ​โดนจุดที่สำคัญ​แล้ว​รถ​มี​ปัญหา
2. ตอน​ฝนตก ฟ้า​ผ่า ไม่​กล้า​ออก​จาก​บ้าน​เลย​ครับ

การออกตัวสามารถออกจากจุดหยุดนิ่งได้อย่างทันใจ แต่ไม่สามารถเหยียบคันเร่งจนสุดได้ เพราะน้ำหนักรถที่มากถึง 1.5 ตัน ไม่สามารถเคลื่อนตัวได้ทันที จะทำให้ล้อหน้าหมุนฟรี ซึ่งเราจะสังเกตุเห็นเมื่อระบบรักษาเสถียรภาพทำงาน ซึ่งพยายามเบรกล้อคู่หน้าไว้ให้ล้อทั้ง 4 ล้อเคลื่อนที่พร้อมกัน

ความ​เร็ว​สูงสุด 165 กม/ชม. ซึ่ง​เท่านี้​ก็​ถือ​ว่า​เร็ว​แล้ว ถ้าเรา​ขับ​รถ​เร็วขนาด​นี้ ก็​อันตราย เรา​ไม่​ควร​เอา​ชีวิต​เรา​ไป​เสี่ยง ขับ​พอดี​ๆ 100 กม./ชม. พอ​ดี​กว่า

อยากให้แบตอยู่นานๆ ก็ต้องไม่โดนแดด เลยออกใช้รถแต่ตอนกลางคืนครับ

มีบางท่านถามมาแบบเกรงใจ ขอถามแบบโง่ๆ เลย แพมเข้าใจว่า คนไม่เคยใช้ก็คือไม่เคยใช้ แต่จริงๆ ไม่ได้โง่แต่เขาไม่รู้ จะรู้ได้ไงว่าแบตเต็ม ไฟมันจะดับเองครับ เปิดประตูมา มันก็จะขึ้น % ให้ดู หรือที่จอที่ฟังเพลงจะเชื่อมกับจอแผงหน้าปัดด้วย เหมือนกับการชาร์จมือถือเลยครับ เพียงแต่ต้องระวังเรื่องกระแส ถ้าสายไฟบ้านเส้นเล็ก น้อยกว่าเบอร์ 2 แค่ชาร์จตัวพกพาที่แถมมากับรถ ก็จะร้อนจนไหม้ได้ อิอิ สรุปคือ ถามได้หมด ไม่ต้องเกรงใจครับ เพราะแพมเป็นคนนึ่งตอนแรกที่งงมากๆ กว่าจะใช้เป็นก็นั่งอ่านคู่มืออยู่หลายวันครับ

ขับ​รถ​ไฟฟ้า​แล้ว​มี​ความ​สุข​ครับ เพราะ​เรา​รู้สึก​ได้​เป็น​ส่วน​หนึ่ง​ใน​การ​ให้​โลก​น่า​อยู่​ขึ้น ไม่มี​มลพิษ​ ดู​สะอาด​มาก​ขึ้น รถ​ก็​คัน​ไม่​ใหญ่​มาก ไม่​กิน​พื้นที่​ถนน​ ให้​เกะกะ​

ถ้าน้ำมันเฉลี่ย กิโล ละ 2.3 บาท แต่อันนี้ก็ประมาณ กิโลละ 1 บาท ครับ ถ้าจะขับให้ได้เหมือนรถน้ำมัน ขับความเร็วแบบรถน้ำมันใช่ครับ จุดหมายแรกที่ใช้รถไฟฟ้า คือ ต้องการใส่ใจธรรมชาติจริงๆ ไม่ใช่เพียงแค่คำพูด แต่แพมอยากให้มันออกมาเป็นผลจริงๆ หลังจากใช้ก็มีความสุขที่ได้ช่วยโลกครับ

ใคร​ที่​ต้องการ​รถ​ไฟฟ้า​เพื่อ​ให้​ลด​ค่า​ใช้​จ่าย​ลง แพม​ว่า​เป็น​ทาง​เลือก​ที่​ผิด เพราะ​ด้วย​ราคา​ที่​สูง​กว่า​รถ​น้ำมัน​ 2 เท่า และ​การ​ชาร์จ​แต่​ละ​ครั้ง​ก็​ไม่​ใช่​ว่า​ถูก เพราะ​รถ​กิน​ไ​ฟ​เยอะ ใน​การ​ชาร์จเข้าแบตเตอรี่​ก็​มี​การ​สูญเสีย​ไฟฟ้า​ไป​ส่วน​หนึ่ง​ กว่า​จะ​เต็ม​ใช่​เวลา​นาน​ถึง 12 ชั่วโมง​ใน​การ​ใช้​ไฟบ้าน

ระหว่าง​ชาร์จ​ เต้า​เสียบจะร้อนจี๋ เพราะ​มี​กระแส​ไฟ​ไหล​ผ่าน​เยอะ ซึ่ง​ต้อง​ใช้​สายไฟเบอร์​ใหญ่​หน่อย และ​ไม่​ควร​ต่อ​กับ​ปลั๊กพ่วง

รถไฟฟ้า​ไม่​ได้​กิน​ไฟ​เหมือน​เครื่อง​ใช้​ไฟฟ้า​ที่​บ้าน​นะ​ครับ แค่​มอเตอร์​ หากเหยียบจนมิดในช่วงออกตัว หรือ​ใช้​ความ​เร็ว​สูง ก็​กินไฟถึง 88 kW หรือ 88,000 วัตต์​ ถ้า​นึก​ไม่​ออก​ว่า​เยอะ​ขนาด​ไหน ลอง​นึกถึง​เตา​รีด​ไฟฟ้า​ที่​บ้าน สมมุติ​กินไฟ 880 วัตต์​ ก็​เท่ากับ​การ​เปิด​เตารีด 100 ตัว​พร้อมกัน ที่​ความ​ร้อน​สูงสุด เยอะ​มาก​เลย​ใช่​ไหม​ครับ นี่​ยัง​ไม่​นับ​รวม​ระบบแอร์​ และ​ระบบ​ไฟฟ้า​อื่น​ๆ

แอร์​ก็​กินไฟจากแบตเตอรี่​ ดังนั้น​เรา​จะ​เปิด​แอร์​แรง​ไม่ได้ เพราะ​แบตเตอรี่​จะ​หมด​เร็ว หรือ​หาก​เปิด​แรง​ๆ ก็​ยัง​ไม่​รู้​สึก​เย็นฉ่ำ​เหมือน​รถน้ำมัน​ จะ​รู้สึก​แค่​เย็น​เฉย​ๆ แต่​ไม่​แนะนำ​ให้​เปิด​ฮีตเตอร์​นะ เพราะ​น่า​จะ​กิน​ไฟ​เยอะ เพราะ​ปกติ​รถ​น้ำมัน​ฮีตเตอร์​จะ​เอา​ความ​ร้อน โดย​ให้​อากาศ​ไหลผ่านเครื่อง​ยนต์​ซึ่ง​ร้อน​จัด แต่​รถไฟฟ้า​ฮีตเตอร์​น่า​จะ​เป็น​ระบบ​ไฟฟ้า​ซึ่ง​คง​เปลือง​มาก​ๆ

ระบบไฟหน้า​เป็น LED เน้น​ความ​ประหยัด​พลังงาน ใน​ขณะที่ Ioniq Hybrid จะ​ใช้ HID ซึ่ง​ไม่​เหมาะ​กับ​รถไฟฟ้า​เพราะ​กิน​ไฟ​เยอะ

แผงด้านหน้า วัสดุภายใน ใช้ส่วนผสมจากพลาสติกรีไซเคิลและวัสดุจากธรรมชาติ ทำให้จับดูแล้วแข็งๆ ไม่มีบุนุ่ม ซึ่งเราขับรถเราก็ไม่ได้ไปจับมันอยู่แล้ว ทำไมบางคนชอบบุนุ่มก็ไม่รู้นะ แต่วัสดุของมันก็ไม่ได้แข็งเกินไป จะดูนุ่มอยุ่ แต่ไม่มาก จะดีที่ความทนทานมากกว่า เพระาถ้านุ่มมาก โดนแดดจะแห้ง หด กรอบ แตกได้ง่าย

ระบบอัจฉริยะต่างๆ ก็มาทั้งหมด จริงๆ ถ้าไม่มีระบบพวกนี้ก็ขับได้นะ สิ่งที่ใส่ใจคือ เราควรเลือกรถที่เราชอบในดีไซน์ ชอบในรูปทรงของรถ ขับแล้วมีความสุขทุกครั้งที่ได้จับ ส่วนพวกเรื่องอื่นๆ ก็เป็นทางเล้อกรองในการตัดสินใจ ถ้าชอบก็ซื้อเลย ส่วน Ioniq ก็มาครบแทบจะทั้งหมดของที่มีในตอนนี้ และอาจล้ำกว่าด้วย ยกเว้นจอทัชสกรีนที่มาเล็กหน่อยในรุ่นที่มาขายในไทย และไม่ใช่ตัวที่มีระบบนำทาง

หลายคน คิดว่า ซื้อรถไฟฟ้าจะประหยัดเงินในกระเป๋า แพมบอกเลยไม่จริง ซื้อรถน้ำมันดีกว่าครับ ถึงแม้ ค่าเช็คระยะถูก ค่าไฟถูกกว่าน้ำมัน แต่รถไฟฟ้าราคาก็แพงกว่าอย่างน้อย 2 เท่า ลืมบอกว่าประกันรถ ปีละ 40000 นะครับ จ่ายทีนี่แทบสลบเลย ขนาดไม่มีเคลมอะไร ตอนนี้หาเจ้าที่ถูกแล้ว แต่กว่าจะหาได้ก็ยากอยู่ ส่วนใหญ่ไม่รับด้วยซ้ำ แต่สิ่งที่เราได้คือ การได้สนองความต้องการของตัวเอง ที่ชื่นชอบในเทคโนโลยี และของไอทีต่างๆ และได้ขับก่อนใครเพื่อน

หลังจากที่มีรถไฟฟ้า ก็คิดหาคอนเทนต์ว่าทำยังไงดีจะให้คนรู้จักรถไฟฟ้ามากขึ้น ก็เลยไปรวมกับเพจเที่ยวเลยออกมาอย่างที่เห็นครับ

จากที่เขียนรีวิวรถไว้ ศูนย์เรียกไปถ่ายแบบเลยครับ อิอิ
ลง Magazine เร็วๆ นี้ ขอบคุณทุกๆ ท่านที่เข้ามาอ่านครับ 🥰🥰🥰

คันนี้ ขับไปส่งของได้นะ อิอิ แต่ละสิ่งที่เลือกล้วนประหยัดพังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทั้งรถที่ใช้ แพคเกจขนาดเล็ก สติกเกอร์ที่ดวงเล็ก แต่สินค้าข้างในนั้นดียิ่งกว่ามาก เพราะแพมเป็นคนเลือกของที่ละเอียด คิดแล้วคิดอีกกว่าจะได้แต่ละอย่าง

หลาย​คน​ก็​ชอบ​ถาม ทุกคน​ถาม​หมด​ว่า​กี่​ซีซีเวลาต่อประกัน ใน​ประกัน​จะ​ระบุ​ว่า​เกิน 2000 ซีซี แล้วบริษัท​ประกัน​ก็​จะ​ถาม​ว่ากี่​ซีซีกันแน่ เรา​ก็บอกว่าไม่มีเครื่องยนต์​ ไม่มี​ว่ากี่​ซีซี อิอิคอลเซนเตอร์ก็ต้องโทรมาถามว่า รถคุณมีกี่ซีซีค่ะ เราก็ตอบคำเดิมว่าไม่มีซีซี งั้นขอดูคู่มือรถหน่อยค่ะ ก็เลยต้องหาส่งให้นาง

ตื่นรูปตัวเอง เที่ยวทะเล 10 กว่าทริปต่อกัน จนตัวดำ แต่ไม่แคร์เพราะชอบสีผิวนี้ สเปกฝรั่ง อิอิ ขอบคุณทางฮุนได ที่มอบพื้นที่ดีๆ ให้นางได้มีบทความลง

https://pantip.com/topic/40314107

ปกติชาร์จที่บ้านตลอด แต่ตอนนี้คือได้ชาร์จฟรีกับ EV Station ก็ขับออกมาชาร์จตลอด ไม่ชาร์จที่บ้านเลย อาจไกลหน่อย แต่ถือว่าได้ขับรถเล่นด้วย ไฟฟรีด้วย อิอิ

ต้องจองล่วงหน้าก่อนนะ ถ้าจะ Walkin จะยากมาก ไม่เคยได้ชาร์จเลย ได้ขับกลับไปชาร์จที่บ้านทุกครั้ง เพราะถึงแม้จะตัด นาทีที่ 50 แต่ต้องรอถึงนาทีที่ 15 ว่าคนจองจะมาไหม จอดรถรอก็มีคนมาแทบทุกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อพระอาทิตย์ตกดินแล้ว ตอนกลางคืนเพราะไม่ร้อน คนรอชาร์จเพียบเลย คงมีเฉพาะช่วงนี้แหละ ที่มีผู้ใช้บริการเยอะ เพราะเก็บเงินเมื่อไหร่ก็กลับไปชาร์จที่บ้านเหมือนเดิม อิอิ

ถ้าเจอ ZS EV ชาร์จ 90+ แล้ว ไม่ยอมตัด ผมรอแทบใจจะขาด วันไหน Walkin สรุปไม่ได้ชาร์จ เพราะมีคิวต่อไป ขับกลับบ้านแบบ Eco ถึงจะถึงบ้าน 555+ แต่รถผมชาร์จด่วน 95% เข้าต่อไม่ได้แล้ว ระบบตัด ก็ถอยให้คันต่อไป