ไฮยาได้มาจากไหน

สังเคราะห์

อย่างไรก็ตาม เราจะไม่ตระหนักถึงการมีอยู่ของสารตัวนี้จนเมื่ออายุได้ล่วงเลยเข้าถึงวัย 30 ขึ้นไป เมื่อเราพบริ้วรอยที่ปรากฏชัดขึ้น หรือสมรรถภาพของร่างกายไม่ดีเหมือนเดิม นั่นเป็นเพราะร่างกายของเราอยู่ในช่วงสังเคราะห์สารดังกล่าวลดลงนั่นเอง นักวิทยาศาสตร์จึงได้คิดค้น กรดไฮยารูโรนิคสังเคราะห์โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทดแทน ไฮยาลูโรนิค แอซิด ที่ร่างกายสร้างขึ้น สารดังกล่าวมีลักษณะหนืดข้น ละลายน้ำได้ดี แต่ก็อุ้มน้ำได้ดีมาก

ไฮยารูลอนจากเห็ดหูหนูขาว

โซเดียมไฮยาลูรอเนตสกัดจากเห็ดหูขาว หรือผ่านการเพาะเลี้ยงเซลล์

ในปัจจุบันด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยขึ้น ตอนนี้มีการสกัด ไฮยารูโรนิค แอซิด (Hyaluronic acid) จากเห็ดหูหนูขาวขึ้นมา เป็นทางเลือกในการใช้ทดแทน สารสกัด ไฮยารูโรนิค แอซิด (Hyaluronic acid) โดยหงอนไก่ ที่อาจเกิดการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ และ แบคทีเรียได้มากกว่าจึงกล่าวได้ว่า ไฮยารูโรนิค แอซิด (Hyaluronic acid) ที่ได้จากเห็ดหูหนูขาว จะมีความเป็นธรรมชาติสูงกว่า ปลอดภัย และ อ่อนโยนกว่า ด้วยคุณประโยชน์ดังกล่าวจึงทำให้ เห็ดหูหนูขาวขึ้นแท่น อาหารที่ช่วยฟื้นฟูความสดชื่นให้กับผิวอย่างไม่ต้องสงสัย

ลดริ้วรอย หน้าเด้งฟูด้วยไฮยา

ไฮยาเป็นสารธรรมชาติที่ร่างกายสร้างขึ้นได้เอง ลักษณะเหมือนเจลแทรกอยู่ระหว่างเซลล์ผิว โดยทำหน้าที่กักเก็บน้ำแก่เซลล์ จึงจัดเป็นสารเก็บความชุ่มชื้นที่ดีที่สุด อุ้มน้ำได้ดี ทำหน้าที่เป็น Humectant คือสารดึงความชุ่มชื้น ช่วยดึงน้ำจากบรรยากาศเข้าหาตัวเอง และช่วยป้องกันไม่ให้น้ำระเหยออกจากผิว เมื่อเราอายุมากขึ้น มลภาวะ ความเครียด แสงแดดจะปัจจัยให้ ปริมาณไฮยารูลอนลดลง ทำให้ผิวขาดน้ำ และเกิดริ้วรอยขึ้น ซึ่งมีอนุภาคเล็กมากระดับนาโนสามารถซึมซาบถึงผิวชั้นในได้ง่าย และเร็ว สกัดมาจากพืชแล้วนำมาผ่านขบวนการหมักทางชีวภาพ ส่งผลให้ผิวตึงกระชับ ร่องรอยตีนกาจางลง หน้าจึงเด้ง เนียนใส

ไฮยาลูรอนมาในหลายรูปแบบ เช่น กรดไฮยาลูรอนิค หรือที่ดีกว่าในรูปแบบของโซเดียมไฮยาลูรอเนต ที่พิกเลือกใช้ ซึ่งทุกสูตรของพิกใช้โซเดียมไฮยาลูรอเนตโมเลกุลเล็กและจะเล็กมากที่สุด คือในพิก โบทานิค ซุปเปอร์เซรั่ม ซึ่งเล็กมากที่สุดในตลาด คือ 8,000 ดาลตัน ซึ่งทั่วไปใช้ที่ 1.5 ล้านดาลตัน เมื่อ​รวม​กับ​ส่วน​ผสม​อื่น ก็​จะ​พา​ส่วน​ผสม​นั้น​ซึม​เข้า​สู่​ผิว​ได้​ลึกมากๆ และให้ผิวดีขึ้นมากๆ